เก็บสะสมเหรียญกษาปณ์เพื่อการลงทุน

เหรียญกษาปณ์ทองคำ รัชกาลที่ 4 แต้เม้งทงป้อ Tae Meng Tong Pao ตำลึงทอง

          คำว่า เก็บสะสมเหรียญกษาปณ์ มีความหมายกว้างมาก เพราะหมายถึงเหรียญฯ หรือ เงินตราต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบันมีมาช้านานมากกว่า 2,500 ปี ต่างชาติ ต่างยุค ต่างสมัย ต่างถิ่นกำเนิด มากมายเหลือคณนานับ อย่างไรก็ดีถ้าจะเก็บสะสมกว้างๆ กล่าวคือ พบเหรียญฯ อะไร ประเทศไหนหากสวยถูกใจเป็นเก็บ รับรองว่าจะหาความโดดเด่นอะไรไม่ได้เลย ยกตัวอย่าง เช่น นำเหรียญฯ ออกมาอวดโชว์ ปรากฏว่าใครเขาก็มีกันหมด จะรู้สึกว่าเหรียญฯ ของตนไม่โดดเด่น ผู้คนไม่ให้ความสนใจ แต่หากเหรียญฯ ที่นำออกมาอวดโชว์ ปรากฏว่ามีคนอยากดูอยากเห็น นั่นแหละแสดงว่าเหรียญฯ นี้มีค่า คุ้มค่าต่อการสะสม ด้วยเหตุฉะนี้ จึงควรกำหนดและตัดสินใจให้ดีว่าจะสะสมเหรียญกษาปณ์ในกลุ่มใด ประเภทไหน ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล จะเลือกสะสมเหรียญฯ ทองแดง บรอนซ์ เงิน หรือ ทองคำ ของประเทศใด ยุคไหน สมัยใด เหรียญกษาปณ์โบราณ หรือ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน

          ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย หลายคนสะสมเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน มีทุกรุ่นทุกแบบ รวมแล้วเป็นปี๊บหนักหลายร้อยกิโล หากประเมินราคากลับได้ไม่เท่ากับผู้อื่นที่มีเหรียญฯ เพียงหยิบมือ คือ มีเพียงไม่กี่เหรียญฯ ทว่าเป็นเหรียญฯ หายากมีราคาสูง เป็นที่ต้องการของนักสะสม ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่คิดจะเริ่มเก็บเหรียญฯ เพื่อการสะสม หรือ เพื่อการลงทุน ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี การสะสม คือ การซื้อเวลา ปรากฏว่าเหรียญฯ ที่ได้เก็บสะสมมาพร้อมๆ กันเหล่านั้น บางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายสูงมาก บางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายไม่สูงนัก และ บางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป

          นักสะสมทุกผู้ทุกนามไม่ว่าจะสะสมอะไรอื่นใดก็ตาม ย่อมมีความทะเยอทะยานอยากได้ชื่อว่า เป็นผู้ครอบครองของมีค่าหายาก ท่านผู้ใดหากมีฝันเช่นนี้ ต้องมี ความมุ่งมั่น ความเป็นเลิศ ความเป็นที่หนึ่ง และต้องหมั่นศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ในกลุ่มเหรียญฯ ที่สนใจตั้งใจสะสม มีความเพียรพยายามที่จะเสาะหา ติดตามด้วยความสุขุม มีความละเอียดรอบคอบ ศึกษาเรียนรู้จากผู้มีความรู้ พยายามให้ได้เห็นและรู้จักเหรียญฯ แท้ของจริง ต้องมีหนังสือตำรา และ คู่มือเหรียญฯ สำหรับเปรียบเทียบอ้างอิง เหรียญฯ มีค่ามีราคาย่อมมีของปลอมแปลงตบตาหลอกขาย ข้อสำคัญต้องมีข้อมูลคุณลักษณ์เฉพาะของเหรียญฯ แท้ ตลอดจนภาพถ่ายที่ชัดเจนทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และ ภาพของขอบเหรียญฯ

          เมื่อก่อนโน้น ผู้ที่สะสมเหรียญกษาปณ์ล้วนเป็น กษัตริย์ ขุนนาง สังฆราชา ชนชั้นสูง และ พ่อค้าวาณิชผู้มั่งคั่ง

          พระเจ้าออกุสตุสซีซ่า (Augustus Caesar) จักรพรรดิ์แห่งจักรวรรดิ์โรมัน เป็นบุคคลแรกที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกว่า เป็นกษัตริย์พระองค์แรกนิยมการสะสมเหรียญกษาปณ์ของโรมและเหล่าแว่นแคว้นต่างๆ ในเขตอาณานิคมของจักรวรรดิ์โรมันทั้งหลาย มีการกล่าวขานว่า การสะสมเหรียญกษาปณ์ เป็นของเล่นของพระราชา

          สมัยนี้ การเก็บสะสมเหรียญกษาปณ์ถือเป็นสามัญ เป็นที่นิยมชื่นชอบของคนทั่วโลก เป็นสากล ไม่ว่าชนชาติไหน ศาสนาใด เหรียญกษาปณ์เป็นสื่อกลาง เหรียญฯ ที่มีค่าราคาแพง หายาก มักจะอยู่ในความครอบครองของผู้มีความมั่งคั่งมีตระกูล ช่วงไหนหากเศรษฐกิจดี เงินเฟ้อสูง เหล่านักการเงินการธนาคาร และ เหล่าเศรษฐีทั้งหลายจะหันมาลงทุนเก็บสะสมเหรียญกษาปณ์ ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ของสะสมที่มีชื่อเสียงหายาก แทนการถือครองเงินสด หากเศรษฐกิจฝืดเคือง คนมีเงินมักหันไปหาของสะสม เพราะเงินสดไม่งอกเงย สวนทางกับของสะสมที่มีค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา หากเป็นสิ่งที่ต้องการสูง ราคาก็จะสูงตาม ทั้งนี้ ศึกษาได้จากการประมูลซื้อขายในห้องค้าต่างๆ เช่น Sotheby's, Christy's และ Spink หรือ กลุ่มห้องค้าของ Classical Numismatic Group, Inc. และ Numis Bids ซึ่งบริษัทเหล่านี้ล้วนมีสาขาห้องประมูลอยู่ทั่วโลก การประมูลซื้อขายมีมาก การเปลี่ยนมือเปลี่ยนผู้ครอบครองจึงมีตลอดเวลา มีปริมาณและราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

          บริษัทประมูลขายเหล่านี้ประกอบธุรกิจบนหลักการของกษาปณ์วิทยา (Numismatics) ด้วยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี โลหะวิทยา ฯลฯ บนวิถีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งนักสะสมชาวไทยทั้งหลายยังขาดความเป็นวิทยาศาสตร์ ยึดแต่คำบอกเล่า ตำนาน และ พงศาวดาร มีความเชื่อที่ค่อนข้างงมงาย ไม่ว่านักสะสมเหรียญกษาปณ์ หรือ นักสะสมพระเครื่อง ล้วนมีเครื่องมือตรวจสอบเพียงกล้องส่องพกพากำลังขยายไม่เกิน 10 เท่า ซึ่งกล้องส่องระดับนี้เป็นเพียงเครื่องมือเบื้องต้น


เล็นส์กำลังขยาย 3 - 6 หรือ 9 เท่า สำหรับส่องเหรียญกษาปณ์ เพชร พลอย พระเครื่อง


          จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับรู้ และ เข้าใจขั้นตอนการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจวัดเพื่อพิสูจน์ทราบ ที่สำคัญ ต้องเปรียบเทียบเคียงกับเหรียญฯ ที่เป็นของแท้เสมอ


เครื่องชั่งดิจิตัล 0 - 100 กรัม และเวอร์เนียร์คาลิเปอร์สำหรับวัดขนาด


          การตรวจแบบทั่วๆ ไป สัมผัสแรกกับเหรียญกษาปณ์ คือ รูปแบบลวดลายถูกต้อง สี และ พื้นผิวไม่มีความแตกต่าง หากเป็นเหรียญฯ เงิน หรือ เหรียญฯ ทองคำ ต้องตรวจด้วย แม่เหล็กถาวร ถ้าดูดติดแสดงว่ามีเหล็กเจือปน หากแม่เหล็กไม่ดูดให้เคาะ ฟังเสียงกังวาน (Resonance frequency) ต้องใกล้เคียงเหรียญฯ แท้ หากเสียงทึบแสดงว่ามีส่วนผสมของตะกั่ว ถ้าเสียงต่างไปแสดงว่ามีโลหะอื่นผสม หากรู้สึกว่าไม่ใช่ของปลอม น่าสนใจ จากนั้นให้ตรวจสอบด้วย เล็นส์ส่องเบื้องต้น กำลังขยายไม่เกิน 10 เท่า เล็นส์ส่องพระ หรือ เล็นส์ส่องเพชรพลอย ตรวจตามมุมร่อง หาร่องรอยฟองอากาศ ตรวจดูขอบเหรียญฯ หารอยตะเข็บ รอยเชื่อมต่อ รอยตะไบ หากมีจะเป็นเหรียญฯ ปลอม หล่อจากพิมพ์ดินเหนียว หรือ พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ หากขอบเหรียญฯ เป็นรอยจักร ร่องเฟือง หรือ รีดพิมพ์ตัวอักษร ต้องตรวจดูความเรียบร้อยเป็นระเบียบ ร่องรอยต้องชัดเจน มีระยะห่างสม่ำเสมอ จากนั้นให้ส่องหาลายเส้นตำหนิต่างๆ แล้วจึงนำไปชั่งหาน้ำหนักด้วย เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตัล ตรวจดูด้านหน้า (หัว Obverse)(อเมริกัน Head) และ ด้านหลัง (ก้อย Reverse)(อเมริกัน Tail) ภาพตามกัน เรียกว่า 12 นาฬิกา (Die axis 12 o'clock) สลับกัน เรียกว่า 6 นาฬิกา (Die axis 6 o'clock) หรือ ทำมุมเยื้องกันกี่นาฬิกา (Die axis ... o'clock) จากนั้น วัดหาขนาด และ ความหนาของตัวเหรียญฯ ด้วย เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ (Vernir caliper) แล้วนำข้อมูล ตัวเลขต่างๆ เหล่านี้ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของเหรียญฯ แท้ ผลที่ได้ย่อมเพียงพอที่จะวินิจฉัยเบื้องต้นว่า เหรียญฯ นี้ มีความน่าสนใจมากน้อยเพียงไร แท้ หรือ ปลอม ถ้าเป็นเหรียญฯ ที่มีค่า ราคาแพง หรือ เหรียญฯ ที่มีข้อกังขา จำเป็นต้องตรวจด้วยเครื่องมือชนิดพิเศษที่มีความซับซ้อนต่อไป

          เหรียญฯ ปลอมส่วนใหญ่มักเป็นเหรียญฯ ยอดนิยม หายาก ราคาแพง ปั๊มจากแม่พิมพ์แกะแต่งลาย บ้างกอปปี้จากเหรียญฯ แท้ ลายเส้นมักตื้น บาง หรือ หนา มีขาด มีเกิน สีผิวของโลหะและน้ำหนักมักผิดเพี้ยน ถ้าเป็นเหรียญฯ ทอง ส่วนใหญ่จะเป็นตะกั่วหรือทังสะเต็นยัดใส้หุ้มด้วยแผ่นทองปั๊มขึ้นลาย มีให้พบเห็นและเสนอขายทั่วไปบนสื่ออินเตอร์เน็ต และ ร้านค้าจิวเวอรี่ ในรูปของเครื่องประดับ บรรจุในกรอบเป็นจี้ หุ้มกรอบเพื่อกลบเกลื่อน ปิดบังไม่ให้เห็นตำหนิ หากพบ พึงเดาไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นเหรียญฯ ปลอม เหรียญฯ หายาก คือ เหรียญโบราณ หากมีความสวยงาม สมบูรณ์แบบเกินจริง ผลิตจากเงินแท้ หรือ ทองคำแท้ มีจำนวนน้อยชิ้น มีหนึ่งเดียว หรือ ชิ้นเดียวในโลก (Unique).... ต้องตรวจสอบเทียบเคียงกับภาพถ่าย ข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ที่มีเหรียญฯ แบบนั้นๆ


กล้องจุลทัศน์แบบส่อง และ แบบสองตา Binocular Microscope กำลังขยาย 10 - 100 เท่า ตรวจสอบผิว เนื้อ ลายเส้น วัดระยะ บันทึกภาพขยาย


          การตรวจขั้นสูงด้วยเครื่องมือพิเศษ นำเหรียญฯ มาตรวจด้านหน้าและด้านหลังด้วย กล้องขยายจุลทัศน์สองตา (Binocular Microscope) ขนาดกำลังขยายไม่เกิน 100 เท่า ตรวจดูพื้นผิว ลายเส้น วัดความตื้นลึก ระยะห่างระหว่างลายเส้น หากเป็นเครื่องที่สามารถต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ กล้องถ่ายรูปดิจิตัล ต้องบันทึกภาพและพิมพ์ออกมาเพื่อเปรียบเทียบกับภาพของเหรียญฯ แท้ จะเป็นประโยชน์มาก ช่วยให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบตรวจสอบ จากนั้น นำเหรียญฯ มาตรวจดูความหนาและเนื้อในว่าเป็น โลหะชนิดเดียวกันหรือยัดใส้ด้วยโลหะต่างชนิด ด้วยเครื่อง อูลตร้าโซนิค (Ultrasonic thickness tester) หรือเครื่องอ่านค่าความนำไฟฟ้า (Conductivity tester) เครื่องวัดความหนาแน่นดังกล่าวทั้งสองนี้ยังสามารถระบุความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) ของวัตถุได้อีกด้วย หากต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ จำต้องใช้เครื่องตรวจหาส่วนประกอบของเนื้อโลหะหรือส่วนผสมของวัตถุได้อย่างแม่นยำด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence Analyzer เครื่อง XRF นี้ มีราคาสูงกว่าล้านบาท หรือ หลายแสนบาท ส่วนใหญ่ใช้ในงานวิเคราะห์และวิจัยระดับห้องปฏิบัติการ เพราะสามารถแยกแยะส่วนประกอบ ที่เป็นอินททรีย์วัตถุ แร่ธาตุ หรือ โลหะ ที่ผสมอยู่ในชิ้นงานนั้นๆ

          เครื่องมือ เครื่องวัดต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ รวมทั้งหมด ยกเว้นเครื่อง XRF ซึ่งมีราคาสูงเกินความจำเป็น ราคาจะอยู่ระหว่าง 15,000 - 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและแหล่งผลิต


เครื่องวัดความหนาแน่น Digital Conductivity และ เครื่องตรวจ X-ray Fluorescence Analyzer


          เมื่อมีความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ข้างต้นดีแล้ว ลองมาพิจารณาว่า ตนมีความสนใจ และ ชื่นชอบที่จะสะสมเหรียญกษาปณ์ในกลุ่มใด ประเภทใด เหรียญฯ ผลิตจากโลหะ ทองแดง บรอนซ์ หรือ คูโปรนิเกิล ซึ่งเหรียญฯ กลุ่มนี้มีจำนวนมากหาง่าย ถ้าผลิตจากเงิน ซึ่งเป็นโลหะมีค่าย่อมมีจำนวนน้อย หากผลิตจากทองคำยิ่งมีจำนวนน้อยมาก

          การผลิตเหรียญกษาปณ์กระทำได้ 5 วิธี
1. ประทับตราด้วยการตอกตีตราบนแผ่นโลหะ Punch-Marked Coins
2. หล่อจากการกดลายบนพิมพ์ดินเหนียว หรือ ปูน Casting Coins
3. บุ ดุนลายโดยแม่พิมพ์แกะลาย ด้านเดียว คือ ด้านหน้า ด้วยฆ้อน Bracteate Coins
4. ตอกปั้มลายโดยแม่พิมพ์แกะลาย สองด้าน คือ ด้านหน้า (หัว) และ ด้านหลัง (ก้อย) ด้วยฆ้อน Die StrucK Coins
5. ปั้มขึ้นรูป แผ่นโลหะโดยบล๊อคแม่พิมพ์แกะลาย สามด้าน คือ ด้านหน้า (หัว) ด้านหลัง (ก้อย) และ ด้านขอบเหรียญรีดขึ้นลาย เครื่องหมาย ตัวอักษร ด้วยเครื่องจักร Modern Machine Press Coins

          เหรียญกษาปณ์โบราณที่นักโบราณคดีมองข้าม คือ เหรียญบุดุนลายโลหะ ฝรั่งเศสเรียกว่า Repousse เยอรมันเรียกว่า Brakteat อังกฤษเรียกว่า Bracteate ส่วนใหญ่ที่ขุดพบ มักติดประดับบนอาภรณ์ของชนชั้นสูงผู้มั่งคั่ง ผู้มีอำนาจ เหล่ากษัตริย์ในสุสานหลุมศพโบราณ ในมหาสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาติของพระพุทธเจ้า ก็มีเหรียญดุนลายทองคำ ปะปนอยู่กับแก้วแหวนเงินทอง เสมอ อินเดียโบราณเรียกเหรียญบุดุนลาย Utpiditanka Mudra (เหรียญบุดุนสวยงาม) ชาวตะวันตกเรียก Single die punch coins

          เหรียญกษาปณ์ดุนลายโบราณเหล่านี้ มีพบในประเทศอิหร่าน ปากีสถาน อาฟกานิสถาน ประเทศแถบสองฝั่งแม่น้ำ Oxxus และ อินเดีย ล้วนผลิตจากแผ่นทองคำบุดุนลาย ส่วนในเมียนมามีพบในอาณาจักรอาราคันโบราณ ผลิตด้วยการบุดุนลายจากแผ่นเงินบางๆ เหรียญบุดุนลายมีพบในกลุ่มเหรียญศรีเกษตร และ ฟูนัน


เหรียญบุดุนลายทองคำ จากอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ พบใกล้แม่น้ำ Oxxus


เหรียญบุดุนลายทองคำ อักขระคุปตะ จากแคว้นโกศล Kosala อินเดียโบราณ


เหรียญบุดุนลายเงิน อักขระสิทธรรม อาณาจักรอาราคัน รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาปัจจุบัน



การผลิตเหรียญยุคโบราณ ด้วยแรงคนจากแม่แบบเหล็กแข็งแกะลาย


          เหรียญฯ โบราณเป็นเหรียญฯ ที่ไม่มีมาตรฐานการผลิต ส่วนผสมของเนื้อโลหะที่ใช้ผลิตเหรียญฯ ไม่สม่ำเสมอ เหรียญฯ แบบเดียวกันมักมีหลายพิมพ์ บ่อยครั้งพิมพ์หน้าและพิมพ์หลังสลับกัน บางเหรียญฯ ตอกจากแม่พิมพ์ที่มีความสึกกร่อนของพิมพ์หน้าและพิมพ์หลังไม่เท่ากัน ด้านหน้าและด้านหลังมักเยื้องเฉไม่ได้ศูนย์ ความชัดไม่เท่ากันทั้งที่ตอกจากแม่พิมพ์เดียวกันจากความหนักเบาในการตอกด้วยมือ มักมีรอยเยินจากการตอกย้ำ ซ้ำๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะเหรียญฯ ทองคำจะเห็นชัดเจน กระทั่งรอยเบียดเคลื่อนของเนื้อทองคำใกล้ขอบของตัวเหรียญฯ

          เหรียญฯ โบราณปลอมที่มีมาก คือ เหรียญฯ ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ เช่น ตะกั่ว ทองแดง บรอนซ์ และเงิน

          เหรียญฯ โบราณปลอมที่มีน้อย คือเหรียญทองคำ เพราะต้นทุนสูง ออกตัวยาก ตรวจจับผิดได้ง่าย

          เหรียญฯ โบราณปลอมส่วนมาก มักจะมีความสวยงาม เรียบร้อย ได้สัดส่วน ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเหรียญกลมได้ศูนย์ จากความตั้งใจปลอมเพื่อให้สมบูรณ์แบบ ตัวอักขระมักจะชัดเจนเกินจริง รายละเอียดและลวดลายค่อนข้างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหรียญฯ บรอนซ์ ทองแดง และ เงิน มักแกะหรือกดแบบสร้างแม่พิมพ์จากเหรียญฯ แท้ แล้วนำมาแต่งเน้นลาย เว้นแต่เหรียญฯ ทองคำโบราณฯ ปลอม ส่วนมากมักผิดเพี้ยน เนื่องจากเหรียญฯ ทองคำโบราณของแท้มีน้อยชิ้น อยู่ในมือของผู้ครอบครองไม่กี่ราย การปลอมแปลงจึงต้องคัดลอกจากภาพถ่ายเป็นส่วนใหญ่ ลายเส้นมักมีขาดมีเกินไม่ละเอียดเท่า เนื่องจากไม่มีเหรียญฯ ทองคำของแท้เป็นแม่แบบ

          โดยเหตุที่ทองคำไม่ผุกร่อนจากสนิมที่เกิดจากอากาศหรือความชื้นใดๆ ลายเส้นต่างๆ ของเหรียญฯ ทองคำโบราณแท้ยังคงอยู่ให้เห็นทั้งที่ผ่านกาลเวลามานับพันปี การตรวจสอบเหรียญฯ ทองคำจึงกระทำได้ง่ายกว่าเหรียญฯ ที่ผลิตจากโลหะอื่น เหรียญกษาปณ์ทองคำโบราณของแท้มักมีรอยตำหนิ อาทิ รอยกัดด้วยฟันจากการตรวจสอบความอ่อนของทองคำ หรือไม่ก็มีรอยเจาะของเหล็กแหลม หรือ รอยตัดด้วยของมีคมตามขอบเหรียญฯ จากการตรวจสอบดูเนื้อในของตัวเหรียญฯ จากช่างทองในสมัยโบราณ ที่สำคัญ คือ เหรียญฯ ทองคำโบราณมักมีคราบเก่าเกาะบนผิว (Patina) จากคราบเหล่านี้บอกได้ว่า จมอยู่ในน้ำ ฝังอยู่ในดิน หรือ ฝังอยู่ในทราย เป็นเวลานานมากน้อยเพียงใดก่อนที่จะถูกขุดพบ



เหรียญกษาปณ์เงิน รัชกาลที่ 4 แต้เม้งทงป้อ Tae Meng Tong Pao ตำลึงเงิน



          เหรียญกษาปณ์ที่เป็นมาตรฐาน คือ เหรียญฯ ที่ผลิตจากเครื่องจักร มีรูปแบบ ขนาด และ น้ำหนักแน่นอน เพราะผลิตจากแม่พิมพ์เดียวกัน ตรวจสอบเปรียบเทียบความแท้ ปลอมได้ง่าย

          นักสะสมเหรียญฯ มือใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนที่ผลิตจากเครื่องจักรมาตรฐาน ส่วนผู้ที่มีฐานะดีต้องการถึงฝั่งฝัน ควรให้ความสนใจเหรียญกษาปณ์ทองคำ โดยเฉพาะเหรียญฯ เก่าหายากที่มีจำนวนน้อย เช่น เหรียญฯ ทองคำ ประเทศสยาม สมัยรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 เนื่องจากเหรียญกษาปณ์ทองคำของสองรัชกาลนี้ ผลิตจำนวนน้อย จึงมีค่ามาก ตรวจสอบรับรู้ประวัติที่มาได้ อยู่ในมือของผู้ครอบครองไม่กี่ราย ส่วนเหรียญฯ เงิน เหรียญฯ ทองแดง และ โลหะอื่นๆ ของสองรัชกาลนี้ ยังพอมีให้หาได้

          จริงอยู่เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถปลอมแปลงได้ใกล้เคียงของจริงมาก ก็ต้องทันเทคโนโลยีด้วยการตรวจสอบด้วยเครื่องมือพิเศษ Binocular Microscope, Ultrasonic / Conductivity tester และ X-ray Fluorescence Analyzer ถ้าจำเป็น

          ข้อสำคัญที่สุด ต้องมีรายละเอียดข้อมูล ภาพถ่ายเหรียญฯ แท้ เพื่อเปรียบเทียบเคียง พึงหลีกเลี่ยงเงินโบราณ เช่น เงินพดด้วง เงินเจียง เงินฮาง เงินทอก เงินผักชี เหรียญฯ ฟูนัน ทวารวดี ศรีเกษตร ฯลฯ เพราะไม่มีมาตรฐาน ตรวจสอบยาก ขาดการศึกษาทางวิชาการ จึงปราศจากแคตตาล๊อค รายละเอียดและข้อมูล ให้เปรียบเทียบอ้างอิงจับผิด ไม่เหมือนเหรียญฯ โบราณของประเทศทางซีกตะวันตก เกือบทุกประเทศล้วนมีสำนักกษาปณ์วิทยา ทำการศึกษาและค้นคว้าจัดทำแคตตาล๊อค จำแนกรูปแบบ บล๊อคพิมพ์ของแต่ละยุคแต่ละสมัยแต่ละถิ่น เพื่อนักสะสมและนักศึกษาได้นำไปศึกษาเปรียบเทียบจับผิด จึงไม่แปลกที่เหรียญฯ โบราณยุคแรกๆ ของกรีกและโรมัน สามารถเปรียบเทียบ บอกได้ว่าเป็นเหรียญฯ จากถิ่นใด เหรียญฯ แท้ หรือ ปลอม

          เหรียญฯ เงินโบราณไม่มีแม่พิมพ์ (Dies) ที่แน่นอน มีพบเห็นได้ทั่วไป ยากที่จะแยกแยะ และ พิสูจน์ว่าเป็นเหรียญฯ แท้ หรือ เหรียญฯ ปลอม โดยทั่วไป เบื้องต้นให้ใช้วิธีเคมี คือ ใช้ปากกาเคมีสำหรับตรวจ Gold Silver Platinum ที่มีขาย ป้ายที่พื้นผิวอ่านผลลัพธ์จากสีดำเข้ม ถ้าจะให้แน่ใจต้องป้ายที่เดิมอีกครั้ง หากชิ้นงานนี้ชุบเงินพื้นผิวเนื้อเงินชุบจะบาง เคมีของปากกาจะกัดเข้าถึงเนื้อในของโลหะผลลัพธ์ของสีจะเปลี่ยนไป เพื่อให้แน่ใจต้องป้ายน้ำยาซ้ำที่เดิมสองครั้ง เพื่อจับผิดเหรียญที่ชุบหนา หรือ จะใช้กรดเกลือ (Nitric acid) หยดที่พื้นผิว ดูสีที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดงเข้มหรืออ่อนบอกให้รู้ถึงเปอร์เซ็นต์เนื้อเงิน ถ้าออกสีฟ้าหรือสีเขียวแสดงว่าเนื้อในเป็นทองแดง เหรียญเงินโบราณปลอม ส่วนใหญ่ล้วนใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนปัจจุบัน ซึ่งเป็นคูโปรนิเกิลมีทองแดง 75% นิเกิล 25% นำไปหลอม รีดตีให้บาง จากนั้นตอกหรือปั้มด้วยแม่พิมพ์

          เหรียญฯ ทองคำ หรือ เหรียญฯ มีค่าหายาก หากจะตรวจสอบ ด้วยเครื่อง XRF (X-ray Fluorescence Analyzer) เพื่ออ่านจำนวนส่วนผสมและองค์ประกอบของเนื้อโลหะ นั้น ไม่พอ เพราะจะอ่านได้จากอนูที่สะท้อนจากพื้นผิวของโลหะนั้น แต่ไม่สามารถอ่านทลุเข้าถึงเนื้อในของตัวเหรียญฯ ได้ ต้องใช้ Digital Conductivity หรือ Ultrasonic thickness tester ตรวจอ่านหาค่าความถ่วงจำเพาะว่า เนื้อโละภายในตรงกับเนื้อโลหะผิวภายนอกเป็นชนิดเดียวกัน เพื่อจับผิดเหรียญฯ ยัดใส้


เหรียญฯ เงิน แคว้นมคธ พระเจ้าพิมพิศาล - อะชาติศัตรู สมัยพุทธกาล ประเทศอินเดีย


เหรียญฯ เงิน แคว้นมคธ ราชวงศ์โมรียะ ประเทศอินเดีย ฝนให้เห็นเนื้อเงินติดสนิมเขียว และ สนิมแดง


          ตัวอย่างศึกษา เหรียญฯ เงินโบราณ สมัยพุทธกาลจากแคว้นมคธ อินเดีย เรียกว่า Janapadas ฝรั่งเรียกว่า Punch-marked คือ เหรียญฯ ตอก ตีตราด้วยมือ หารูปแบบที่แน่นอนไม่ได้ อย่างไรก็ดี หากเป็นโลหะสีขาวได้ตรวจและแน่ใจว่าเป็นโลหะเนื้อเงิน ก็ต้องพิจารณาส่องกล้องตรวจรอยตราประทับ รูปแบบ พื้นผิว ขอบรอยเครื่องหมาย

          โลหะอายุ 2,500 ปี ต้องไร้ มุมขอบความคม ตามสภาพกาลเวลาฝังอยู่ในดิน ทราย หรือ เก็บในหม้อไหดินเผา ย่อมไม่พ้นความชื้น ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ปรกติโลหะเงินเมื่อถูกอากาศนานๆ จะขึ้นผิวสีดำ นานวันผิวจะดำเข้ม แต่ถ้าถูกฝังดินนานกว่า 1,000 ปี จะเกิดสนิมสีเขียวเข้มเกาะผิวหนาเตอะ หากกว่า 2,000 ปี จะมีสนิมสีแดงมันปูเกาะปะปนสนิมสีเขียวเข้ม ดังภาพที่ได้นำเสนอข้างต้น


เหรียญฯ ทองคำขัดเงา ประเทศอินเดีย 2 โมเฮอร์ ยุคอาณานิคมอังกฤษ ผลิตใหม่ทำซ้ำจากแม่พิมพ์เดิมเคยใช้ผลิตเหรียญฯ ทองคำ


เหรียญทองคำฯ ขัดเงา ประเทศอินเดีย 1 รูปี ยุคอาณานิคมอังกฤษ ผลิตใหม่ทำซ้ำจากแม่พิมพ์เดิมเคยใช้ผลิตเหรียญฯ เงิน


เหรียญทองคำฯ ขัดเงา ประเทศอินเดีย 1/2 รูปี ยุคอาณานิคมอังกฤษ ผลิตใหม่ทำซ้ำจากแม่พิมพ์เดิมเคยใช้ผลิตเหรียญฯ เงิน


เหรียญทองคำฯ ขัดเงา ประเทศศรีลังกา 5 เซ็นท์ ยุคอาณานิคมอังกฤษ ผลิตใหม่ทำซ้ำจากแม่พิมพ์เดิมเคยใช้ผลิตเหรียญฯ ทองแดง


          สิ่งหนึ่งพึงเข้าใจ อย่าได้มองข้ามประเทศที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมผู้ผลิตเหรียญกษาปณ์ใช้ในเขตอาณานิคมของตน ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาแม่พิมพ์เหรียญฯ เหล่านั้น มีให้พบเห็นบ่อยครั้ง เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในยุคอาณานิคมบางประเทศ เช่น คิวบา โบริเวีย เม็กซิโก ศรีลังกา อินเดีย และ อดีตประเทศมหาอำนาจ เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย ฮังการี่ ถูกผลิตทำซ้ำ (Restrike) โดยการใช้แม่พิมพ์เดิม บนโลหะมีค่า เช่น ทองคำ ซี่งบางประเทศจะทำเครื่องหมาย ตอกตัวอักษร R หรือ เช่น ประเทศสเปนจะตอก ค.ศ. ที่ผลิตใหม่นี้เป็นตัวเลขจิ๋ว กำกับเหรียญฯ นั้นๆ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการผลิตเป็นเหรียญฯ ขัดเงา (Proof) สำหรับนักสะสม ซื้อขายในตลาดด้วยราคาสูง ทั้งที่เหรียญฯ เดิมก่อนหน้านั้นได้ผลิตแบบปรกติจากทองแดง หรือ เงิน ซึ่งเหรียญฯ ผลิตทำซ้ำเหล่านี้มักถูกกำหนดให้มีความแตกต่าง และ ทรงคุณค่ากว่าของเดิมด้วยจำนวนจำกัด


เหรียญกษาปณ์เงิน กรีกโบราณ กอปปี้ด้วยวิธี Electrotype ของ British Museum


          Sale: CNG 109, Lot 1093, Estimate 300 US$.
MACEDON, AMPHIPOLIS. 364/3 BC Electrotype "Tetradrachm" (24 mm. 13.87 g. 1h). British Museum electrotype by Robert Ready (mark RR on edge), Laureate and draped bust of Apollo facing slightly light / Ethnic around raised linear square enclosing race torch; A to inner right. Head, guide period III B., 7-8. For prototype, cf. Lorber 18b = BMC p 43, 1. AS made, attractive toned.


          การนี้ หากมองในแง่วิชาการด้านกษาปณ์วิทยาย่อมเป็นการดี เพราะเหรียญฯ แท้ที่มีค่าย่อมหาดูได้ยากอยู่แล้ว เมื่อก่อนนี้ พิพิธภัณฑสถานหลายแห่งจะผลิตเหรียญฯ เลียนแบบด้วยวิธี Electrotype จากโลหะเงิน หรือ ทองคำ จากเหรียญฯ ต้นแบบ นำชิ้นงาน ด้านหน้า และ ด้านหลัง ปะกบกันด้วยการเชื่อมขอบเหรียญฯ เทใส้ในถ่วงน้ำหนักด้วยตะกั่ว และ ทำเครื่องหมายด้วยการปั๊ม หรือ ตอกคำว่า Replica ที่ขอบเหรียญฯ เช่น บริติช มิวเซียม (British Museum) ประเทศอังกฤษ จะปั๊ม หรือ ตอกที่ขอบเหรียญฯ ด้วยตัวอักษร RR เพื่อให้รับรู้ และ เห็นความแตกต่างว่าไม่ใช่เหรียญฯ แท้ ทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่เหรียญฯ ที่ได้ทำซ้ำขึ้นมาใหม่ด้วยโลหะชนิดเดิม (Restrike) หรือ โลหะที่ต่างออกไปจากเดิม (Off-strikes) เพื่อการค้านี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่าเหรียญฯ ที่ผลิตทำซ้ำออกมาใหม่จากแม่พิมพ์เดิมนี้ มีจำนวนมากน้อยเท่าใด ! เหรียญฯ ดั้งเดิมที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ อนาคตจะยังทรงคุณค่าหรือไม่ ผู้ที่คิดจะสะสมเหรียญฯ มีค่าควรได้ศึกษา และ ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี


เหรียญทองคำฯ ขัดเงา ประเทศสยาม รัชการที่ 5 ชนิด ๕ สตางค์ ร.ศ. ๑๒๗ ผลิตจากประเทศเบลเยี่ยม


          เหรียญกษาปณ์นอกระบบ เช่นเหรียญฯ ต้นแบบ ทีไม่เคยผลิตออกมาใช้หมุนเวียน หรือ เหรียญฯ ที่ผลิตจากโลหะอื่นที่ต่างไปจากโลหะปรกติ อาจจะเข้าข่ายผลิตทำซ้ำ คือ ทำซ้ำจากแม่พิมพ์เดิมทีมีอยู่ ดังตัวอย่าง เหรียญกษาปณ์ทองคำรัชการที่ 5 ราคาหน้าเหรียญ ๕ สตางค์ ร.ศ. ๑๒๗ ผลิตจากแม่พิมพ์เหรียญกษาปณ์นิเกิล ๕ สตางค์ จากประเทศเบลเยี่ยม เมื่อแรกเป็นเหรียญฯ ตัวอย่างส่งมาให้ผู้ว่าจ้างในประเทศสยาม แต่เหรียญฯ แบบเดียวกันนี้ได้มีการนำออกประมูลขายที่ฮ่องกง นิวยอร์ค และ ที่ยุโรปได้เคยมีเหรียญกษาปณ์ทองคำแบบเดียวกันนี้ ประมูลขายเป็นชุดเหรียญฯ ทองคำ ประกอบด้วย เหรียญฯ ๑๐ สตางค์ ๕ สตางค์ และ ๑ สตางค์ อย่างละหนี่งเหรียญ

          ทุกวันนี้ การสะสมเหรียญกษาปณ์เป็นช่องทางการลงทุนรูปแบบหนึ่งของนักธุรกิจ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่เหรียญฯ ยอดนิยมหายาก ส่วนใหญ่ก็คือ เหรียญฯ ทองคำ ในเมื่อทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าราคาแพง และนับวันจะมีราคาเพิ่มค่าขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุปกรณ์เทคโนโลยีดิจิตัลล้วนมีความต้องการใช้ทองคำในภาคอุตสาหกรรมอีเลคทรอนิกส์มาก ด้วยความหายากและทรงคุณค่าของทองคำ จึงไม่แปลกที่มีการนำแม่พิมพ์เหรียญฯ ยอดนิยม ผลิตทำซ้ำ ด้วยทองคำขัดเงา เงินชุปทองขัดเงา ขายพร้อมประกาศนียบัตรกำกับรับรองจากโรงกษาปณ์ผู้ผลิต ส่วนใหญ่เป็นแม่พิมพ์เหรียญฯ เมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา เพราะในขณะนั้นการผลิตเหรียญกษาปณ์กระทำด้วยเครื่องจักรมาตรฐาน มีแม่พิมพ์ (Dies) รูปแบบ ขนาด น้ำหนัก และ คุณภาพที่แน่นอน




เหรียญที่ระลึก แบบ 1 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 รับคณะทูตสยาม เหรียญฯ บนแท้ดั้งเดิม เหรียญฯ กลางและล่างผลิตใหม่ทำซ้ำด้านหน้าต่างพิมพ์ด้านหลังพิมพ์เดิม


          เหรียญฯ ที่ระลึกการเจริญสัมพันธ์ไมตรีทางการทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มหาราชแห่งราชอาณาจักร์ฝรั่งเศส กับ ราชอาณาจักรสยามสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื้อเงิน เหรียญแท้ดั้งเดิม แบบ 1 ซึ่งหายากมากและเป็นที่ต้องการของนักสะสม ถูกประมูลขายโดย Stack & Bower's Galleries เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ได้ราคากว่าห้าแสนบาท

          เมื่อปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา สำนักกษาปณ์ฝรั่งเศส กรุงปารีส Paris Mint ได้นำแม่พิมพ์ดั้งเดิมสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พิมพ์ด้านหน้าหลากแบบพิมพ์ ควบกับแม่พิมพ์ดั้งเดิมด้านหลังของเหรียญฯ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขณะออกรับคณะทูตสยาม ปั๊มเหรียญฯ พร้อมกล่องเพื่อการค้าเป็นของที่ระลึก (Souvenir) สำหรับนักท่องเที่ยว มีขายทั่วไป เหรียญฯ กลุ่มนี้ไม่เข้าข่ายทำซ้ำ (Restrike) เพื่อการสะสม เนื่องจากไม่ได้ใช้แม่พิมพ์ดั้งเดิม และ ไม่มีการควบคุมจำนวนผลิต ที่สำคัญ คือ ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบ และ ตั้งใจให้ต่างไปจากพิมพ์ดั้งเดิมอย่างมีนัย โดยการสำเนา (Copy) กัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่จากแม่แบบเดิมด้วยเครื่องจักร แน่นอน วิธีทำสำเนาแบบนี้จะไม่สามารถเก็บรายละเอียดลายเส้นบางๆ ได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ได้กัดแม่พิมพ์ขึ้นรูปเรียบร้อยแล้วต้องนำมาขัดเกลา ผลก็คือ พิมพ์จะไม่มีความคมชัดเท่าเหรียญฯ แท้ดั้งเดิม การนี้น่าจะเรียกว่าทำใหม่เพื่อการค้า (Reproduction) จากนั้น ยังมีการตอกทำเครื่องหมายที่ขอบตัวเหรียญ ปีที่ผลิต ชนิดโลหะ ..... เพื่อให้รับรู้ว่าทำขึ้นใหม่ ซึ่งมีกระบวนการผลิตคร่าวๆ ดังนี้


ภาพจาก Internet สร้างแม่พิมพ์ตัวใหม่ถอดแบบ สำเนา (Copy) จากเหรียญฯ ต้นแบบเดิมด้วยเครื่องจักร์


ภาพจาก Internet ตัวเหรียญเปล่าซึ่งมีขนาดใหญ่และหนา จำต้องปั๊มขึ้นรูปหลายครั้งจากแม่พิมพ์ที่ได้สร้างขึ้นใหม่


ภาพจาก Internet นำเหรียญฯ ที่ได้ปั๊มขึ้นรูปแล้ว เป่าร้อนให้พื้นผิวอ่อนตัว เพื่อปั๊มขึ้นลายละเอียดต่อไป


ภาพจาก Internet เหรียญฯ ที่ได้ผ่านขั้นตอนการปั๊มขึ้นลายเรียบร้อย สุดท้ายกลึงกรอบปรับขนาด ตอกเครื่องหมาย


ภาพจาก Internet เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ต้องขัดเงาด้วยผ้าใบ เคลือบผิว ก่อนบรรจุลงกล่องเพื่อขาย


          นักสะสมเหรียญฯ ศึกษาได้จากการเสนอขายบนเวปไซต์ในยุโรป หรือ ที่ www.cgb.fr เหรียญฯ ที่ระลึก พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ออกรับคณะทูตสยาม (โกษาปาน) แบบ 1 ผลิตทำซ้ำเพื่อการค้าขนาด 72 ม.ม. โลหะเนื้อเงิน ราคาประมาณ 300 ยูโร ส่วนเนื้อบรอนซ์ กะไหล่ ทอง เงิน และไม่กะไหล่ ฯลฯ ราคาประมาณ 65 ยูโร

          อนาคตอันใกล้นี้ ทุกประเทศในโลกจะเข้าสู่ระบบ สังคมไร้เงินสด (Cashless society) คือ จะไม่มีการผลิตเหรียญกษาปณ์เพื่อใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โรงกษาปณ์ทั้งหลายคงไม่ยอมอยู่นิ่ง จะหันมาผลิตเหรียญที่ระลึกในโอกาสต่างๆ เพื่อการสะสม ดังนั้น เหรียญฯ ที่เคยหายาก มีชื่อเสียง หรือ เหรียญฯ ต้นแบบไม่เคยผลิตสู่การหมุนเวียน อาจจะถูกนำแม่พิมพ์เดิมมาผลิตทำซ้ำในรูปของเหรียญทองคำ เหรียญเงิน เพื่อการสะสม จึงไม่แปลกที่ขณะนี้ มีนักสะสมเหรียญกษาปณ์หน้าใหม่จำนวนมากต่างขวนขวายเสาะหาเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และ เหรียญที่ระลึกในวาระโอกาสต่างๆ ส่วนนักสะสมมืออาชีพทั่วโลกกลับหันไปสะสม เหรียญฯ โบราณที่ตอกด้วยมือ เพื่อหลีกเลียงเหรียญฯ ทำซ้ำ (Restrike) ในอนาคต ทำให้เหรียญฯ โบราณโดยรวมมีราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

          ดังตัวอย่าง เหรียญกษาปณ์ทองคำ พระเจ้าจาหังกีร์ (Jahangir) ราชวงศ์โมกุล ประเทศอินเดีย โมเฮอร์ (Mohur) ปีที่ผลิต ค.ศ. 1623 น้ำหนัก 10.93 กรัม ขนาด 21 มม. รูปจักรราศี มกร แพะ (Capricorn)
ค.ศ. 1971 ราคา 700 US$
ค.ศ. 1980 ราคา 1,500 US$
ค.ศ. 2011 ราคา 10,000 US$
จากนั้น ค.ศ. 2015 เป็นปีที่ผู้คนเริ่มรับรู้ สังคมไร้เงินสด ราคากระโดดไปที่ 475,000 US$ จากการประมูลขายที่ CNG New York sell


เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย เหรียญจักรราศี มกร Capricorn


          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ CNG Lot number: 2407 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ จักรราศี มกร Capricorn ของพระเจ้า Jahangir แห่ง ราชอาณาจักรโมกุล อินเดีย โดย Classical Numismatic Group, New York. Auction Triton XIX. วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

Sale: TRITON XIX; Lot: 2407, Estimate 20,000 US$.
Sold for 475,000 US$. This amount does not include the buyer's fee.

INDIA, Mughal Empire. Nur al-Din Muhammad Jahangir. AH 1014 - 1037 / AD 1605 - 1627. AV Mohur (21 mm. 10-93 g. 7 h). Zodiac type, Agra mint. Dated AH 1032 (5 November AD 1622-24 October AD 1623) and RY 17 (15/24 October AD 1621 - 14/23 October AD 1622). Constellation of Vahlik/Makara (Capricorn the Goat): sea-goat left; radiate sun behind; Zar Zewar dar Agra ruye yaft az Jahangir Shah Akbar Shah (Receive ornament on gold at Agra from Jahangir Shah (son of Akbar Shah) in Persian verse; RY and AH dates to left. Good VF, hint of deposits, minor field marks on obverse.


          แนวคิดการเลือกสะสมเหรียญฯ คาดหวังคุณค่า และ ราคาสูงในอนาคต

          นักสะสมมักจะให้ความสำคัญและสนใจเหรียญฯ ที่คนส่วนใหญ่นิยมเพราะความหายาก ใช้ราคาซื้อขายของตลาดเป็นตัวกำหนด น้อยนักที่จะศึกษา รับรู้ประวัติ เหตุผลการผลิต และ ผลลัพธ์ต่างๆ ฯลฯ


เหรียญที่ระลึก สงครามฝิ่น NANKING 1842


          หลังจากที่กองกำลังอังกฤษได้ทำสงครามกับรัฐบาลจีน (ค.ศ. 1839 - 1842) จากมูลเหตุแห่งฝิ่น หรือ ที่เรียกว่า สงครามฝิ่น (Opium War) ซึ่งฝ่ายกองกำลังอังกฤษเป็นฝ่ายชนะ และ ได้ออกเหรียญที่ระลึก NANKING 1842 ด้านหน้าของเหรียญ เป็นรูปพระนางเจ้าวิคตอเรีย จักรพรรดินีแห่งอังกฤษ ด้านหลังของเหรียญฯ เป็นรูปสิงโตแห่งเกรท์บริเตนยืนขย้ำมังกรตัวใหญ่ยอมสยบสิโรราบ มังกรตัวนี้หมายถึงประเทศจีน เหรียญนี้เป็นที่กระหยิ่มและทนงของผู้ที่เป็นฝ่ายชนะ ทว่าเป็นที่น่าอดสูของผู้แพ้ และ ยิ่งน่ารันทดเข้าไปอีก เมื่อเกิดสงครามฝิ่นครั้งที่สอง (ค.ศ. 1856 - 1860) กองกำลังของอังกฤษได้เข้าปล้นสะดม งานศิลปะ โบราณวัตถุ เข้ายึด ทำลาย และ เผาพระราชวังฤดูร้อนในกรุงปักกิ่งจนราบคาบ

          ก่อนนี้ ผู้คนไม่ค่อยให้ความสนใจเหรียญนี้มากนัก เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายประเทศเจริญมั่งคั่ง ผู้คนอยู่ดีกินดี มีความรู้สนใจศึกษา รับรู้อดีตที่เคยรุ่งเรือง หรือ ขมขื่น ไม่ว่าผู้ที่เคยเป็นผู้พิชิต หรือ ผู้แพ้ในอดีต ชาวจีน ชาวฮ่องกง ตลอดจนชาวอังกฤษ ต่างให้ความสนใจเสาะหาเหรียญฯ นี้ กลายเป็นเหรียญมีราคาสูงและหายาก

          เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมากเพียงไร ผู้คนย่อมได้รับความสะดวกสบายมากปานนั้น ต่างรับรู้ความเป็นอยู่ในอนาคต ย่อมอยากรู้ที่มาในอดีต จึงไม่แปลกที่ผู้คนยุคนี้สนใจ บรรพชีวิน สัตว์ดึกดำบรรพ์ มนุษย์โบราณ และประวัติศาสตร์ ทำให้เหรียญที่มีประวัติ หรือ ที่เกี่ยวของกับประวัติศาสตร์ ได้รับความสนใจ มีราคาสูงขึ้น และ เป็นที่ต้องการของนักสะสม ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย ศึกษาได้จากหนังสือที่มีชื่อเสียง Gold Coins of the World complete from 600 A.D. to the present โดย Robert Friedberg พิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1958 ปรับปรุงใหม่ทุกๆ 6 ปี เป็นหนังสือยอดนิยมอ้างอิง ของ นักศึกษา นักสะสม นักธุรกิจเหรียญกษาปณ์ และ นักกษาปณ์วิทยา


เหรียญที่ระลึก สันติมาลา (ศานติมาลา)


          พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร มหาอานันทมหิดล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติเหรียญศานติมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๙ ตราไว้ ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ ให้สร้างเหรียญราชอิสสริยาภรณ์ ศานติมาลา (ศม) สำหรับพระราชทานเพื่อสนองคุณงามความดี และ เป็นกิติยานุสรณ์แก่ผู้ซึ่งได้กระทำการต่อต้านผู้รุกราณ และ ยอมเสียสละทุกอย่าง ทำการแก้กลับการร้ายให้กลายเป็นดี ยังผลให้ประเทศไทยบรรลุถึงซึ่งสันติภาพ และ คงธำรงไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตย มี ๒ ชนิด ชนิดสามัญมีลักษณะเป็นเหรียญดีบุกรูปไข่ ด้านหน้ามีรูปไอราพด ด้านหลังจารึกคาถาเป็นอักษรไทยและอักษรโรมันว่า "นัตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ" "NATTHI SANTI PARAM SUKHAM" พร้อมกับแพรแถบสีแดงกว้าง ๔๐ มิลลิเมตร ตรงกึ่งกลางของแพรแถบ มีริ้วสีน้ำเงินกว้าง ๔ มิลลิเมตร และ มีริ้วสีขาวกว้างข้างละ ๒ มิลลิเมตร ประกบ ๒ ข้างริ้วสีน้ำเงิน ชนิดพิเศษมีลักษณะเช่นชนิดสามัญแต่เป็นเหรียญเงิน และ เหนือเหรียญขึ้นไปมีดาบดั้งทำด้วยเงินไขว้กันประกอบอยู่ด้วย ประดับอกเสื้อเบื้องซ้าย สำหรับสตรีให้ผูกเป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย เหรียญนี้พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อผู้ไดัรับวายชนม์ให้ทายาทโดยธรรม รักษาไว้เป็นที่ระลึก ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น)

          รัฐบาลตั้งใจที่จะมอบเหรียญฯ นี้เพื่อตอบแทนคุณงามความดีแก่เหล่าเสรีไทย และ บรรดานายทหารแห่งกองทัพอังกฤษในฐานที่ตั้ง ณ ประเทศอินเดีย ประเทศลังกา และ นายทหารอเมริกันในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้ใหัความช่วยเหลือในการจัดตั้งหน่วยรบ ยุทธปัจจัย ฝึกอบรม นำส่งเล็ดลอดเข้ามาสอดแนม เพื่อการประสานงานกับกลุ่มเสรีไทยใต้ดินในประเทศไทย เพื่อการกู้ชาติ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งประเทศไทยถูกยึดครองโดยกองทัพญี่ปุ่น

          ข้อความต่อไปนี้ คัดลอกมาบางส่วน จากเว็บไซต์ของสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

          ...... แต่เมื่อจัดสร้างเสร็จแล้ว ยังไม่ทันที่จะมีพิธีแจกเหรียญอย่างสมเกียรติ ก็เกิดการรัฐประหารอันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์การเมืองไทยขึ้นเสียก่อนในวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐ นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในยุคนั้น ตัดสินใจ "รับเชิญ" จากคณะทหารขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะจำใจ "รับเชิญ" ให้ลาออกในเวลาไม่นาน แต่ระหว่างที่บริหารประเทศอยู่นั้น รัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ ได้สั่งระง้บการแจกเหรียญสันติมาลา และสั่งให้เอาเหรียญดังกล่าวที่ทำไว้เสร็จสรรพแล้วส่งให้กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ยุบหลอมทำเป็นเหรียญสลึง เหรียญห้าสิบสตางค์ ใช้ไปให้หมด ........

          เป็นที่น่าอดสู ผู้คนที่ได้ทำหน้าที่เสียสละ ต่อต้านการยึดครองของกองทัพญี่ปุ่นนาม เสรีไทย สมควรจะได้รับเหรียญสันติมาลานี้ แต่กลับถูกผู้ที่มิได้เป็นเสรีไทยแต่มีอำนาจ สั่งหลอมทำลาย ........ ในอนาคต จากสำนึกชาตินิยม และ ความภาคภูมิใจเสรีไทยในอดีต เหรียญสันติมาลานี้ จะเป็นที่ต้องการเสาะหา



          ขอนำเสนอเหรียญฯ ใกล้ตัวหาได้ง่าย เป็นตัวอย่างกรณีศึกษา วิเคราะห์และประเมินคุณค่าในอนาคต


เหรียญ พระบิดาแห่งฝนหลวง


          เหรียญ พระบิดาแห่งฝนหลวง เป็นเหรียญที่ระลึกการกำเนิดและพระราชทานฝนหลวง แก่ภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทยที่ประสพภาวะขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ยังประโยชน์อย่างมหาศาลแก่เกษตรกรให้มีน้ำทำเกษตรกรรม ผู้คนและสัตว์เลี้ยงในถิ่นธุระกันดารได้มีน้ำเพียงพอเพื่อการอุปโภคและบริโภค

          เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โลกกำลังเข้าสู่ภาวะโลกร้อน นับวันความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้จะทวีความรุนแรง ก่อให้เกิดปัญหาและความเดือดร้อนไปทั่ว แม้นบางท้องที่อาจจะแก้ปัญหาด้วยการขุดบ่อบาดาล แต่ก็ไม่เสมอไปที่จะประสบผล เพราะเกือบทุกพื้นที่ล้วนมีระดับน้ำใต้ดินต่ำมากยากต่อการหวังผล ภาวะความแห้งแล้งเหล่านี้ แก้ไขได้วิธีเดียว คือ การทำฝนเทียม

          ในอนาคต ผู้คนที่ได้รับประโยชน์จากการทำฝนเทียม หากได้รับรู้ เหรียญ พระบิดาแห่งฝนหลวง ย่อมจะมีความประทับใจใคร่แสวงหา เพราะเหรียญฯ นี้ มีประวัติ


เหรียญ มหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฏราชกุมาร


          วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คือ มีผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์จำนวน 4 คน ได้บุกเข้ายึดสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่ กรุงเทพฯ และได้จับเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองกับรัฐบาลไทย เหตุการณ์นี้ ก่อให้เกิดความโกลาหลเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก แต่พระราชพิธีในวัดพระศรีรัตนศาสดารามก็ยังคงดำเนินต่อไป ไม่สะทกสะท้านต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้แต่งตั้งให้พลอากาศเอก ทวี จุลทรัพย์ กับพวก ทำหน้าที่เจรจาต่อรองกับผู้ก่อการร้ายฯ ที่หน้าสถานทูตอิสราเอล

          ตกบ่าย พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสร็จพิธี ในขณะเดียวกัน ด้านผู้ก่อการร้ายฯ กับคณะผู้เจรจาจากฝ่ายไทยก็สามารถตกลงกันได้ คือ ยินยอมปลดอาวุธ และ ออกจากสถานทูตอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยรัฐบาลไทยได้จัดเครื่องบินการบินไทยนำผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ทั้ง 4 คน โดยมี พลอากาศเอก ทวีจุลทรัพย์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีก 3 นาย ร่วมเดินทางบินเป็นเพื่อนเพื่อส่งผู้ก่อการร้ายฯ ไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

          เหตุการนี้ สร้างความประหลาดใจแก่ชาวโลก เพราะทุกครั้งที่ผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ไปปฏิบัติการ ไม่ว่าที่ใดในโลกจะยุติหรือจบลงค้วยความสูญเสียชีวิต และ ทรัพย์สิน จากนั้น จะตามมาด้วยการจับกุมคุมขัง และ ความอาฆาตมาดร้าย เหตุการณ์นี้ผู้ก่อการร้ายฯ ได้ผลงานจากความสำเร็จเชิงสัญลักษณ์ และได้เดินทางกลับบ้านอย่างมีเกียรติ ส่วนประเทศไทยได้รับคำชมจากชาวโลกว่า มีชั้นเชิง และ ความสามารถในการเจรจาด้วยสันติวิธี ไม่เสียเลือดเนื้อ และไม่มีความขุ่นข้องหมองใจกับฝ่ายผู้ก่อการร้าย ฝ่ายรัฐบาลอิสราเอลก็มิได้รับความเสียหายแต่ประการใด ให้ความขอบคุณ และ ชื่นชมในความสามารถของรัฐบาลไทย นี่คือ ประวัติศาสตร์เบื้องต้นของ เหรียญ มหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร

          จากนั้นมา เหรียญนี้ถูกเขย่าด้วยปัญหาทางการเมือง สังคมเกิดความขัดแย้งทางความคิด ขาดความสามัคคี แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นกลุ่มสีเหลือง สีชมพู และสีแดง ต่างขัดขวางปะทะ และ ต่อสู้กันเอง ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิต และ ทรัพย์สิน การพัฒนาประเทศหยุดชงัก เศรษฐกิจถดถอย เกิดข่าวลือ ยุยง ปลุกปั่น ใส่ร้าย ป้ายสี และ ต่อต้าน ....... สะพัดไปทั่ว ปัญหาเหล่านี้สร้างความท้อแท้เบื่อหน่ายแก่สุจริตชน จากนั้นในที่สุด...... บ้านเมืองถูกจัดระเบียบและปฏิรูปเป็นการใหญ่ ทุกหมู่เหล่าร่วมกันเข้าสู่กระบวนการปรองดอง และ พัฒนาชาติไทย จากความตกต่ำ ก้าวไปสู่ความรุ่งเรือง รัชกาลที่ 10 ศิวิไล ไม่มีเหรียญฯ ใดที่เกี่ยวของกับประวัติศาสตร์ได้มากเพียงนี้

          เสน่ห์ และ คุณค่าของเหรียญฯ อยู่ที่ประวัติศาสตร์ในอดีต ความหายากมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวน ความนิยมและความต้องการเป็นตัวกำหนดราคาในอนาคต

          ประโยคข้างต้นนี้หากมองผิวเผินเสมือนเข้าใจง่าย พิจารณาให้ดี เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้พิมพ์ธนบัตรทุกชนิดราคา 20 50 100 500 และ 1,000 บาท เพื่อเป็นอนุสรณ์ชุดสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ผู้คนล้วนเก็บสะสมกันถ้วนหน้า จำนวนมากน้อยตามกำลังทรัพย์ และ ศรัทธาของแต่ละบุคคล เชื่อใหมว่า ธนบัตรชนิดราคา 20 50 และ 100 บาท ถูกแลกเก็บเป็นจำนวนมากที่สุด

          ลองจินตนาการ อนาคตสามสิบปี สี่สิบปีข้างหน้า เศรษฐกิจประเทศไทยโตตามประชากร ค่าครองชีพสูง รายได้มวลรวมของประชาชาติเทียบเท่าประเทศที่เจริญแล้ว ภาวะสังคมไร้เงินสดทำให้เหรียญกษาปณ์เหรียญที่ระลึก และ ธนบัตรเก่ามีราคา เวลานั้นใครก็ตาม หากจะรวบรวมเก็บธนบัตรชุดสุดท้ายของรัชกาลที่ 9 ให้ครบชุดทุกชนิดราคา แน่นอน ส่วนใหญ่จะต้องเสาะหาธนบัตรชนิดราคา 500 และ 1,000 บาท เนื่องจากหายาก ในเมื่อเราเป็นนักสะสมเพื่อการลงทุน หรือ นักเก็งกำไรในอนาคต ต้องยึดหลัก อุปสงค์ อุปทาน (ขณะนี้ พ.ศ. 2560) แน่นอนต้องเก็บธนบัตรชนิดราคา 500 และ 1,000 บาท ให้มากเข้าไว้

          ต้องมีสติมีเหตุมีผล เราอยู่ในยุคสื่อสารไร้พรมแดน รู้ทันทั่วถึงกันหมด ของแพงสูงค่าผลิตจำนวนน้อย ย่อมจะมีราคาสูงในอนาคต ศึกษาได้จากเหรียญกษาปณ์ และ เหรียญที่ระลึกทองคำ ซึ่งสำนักกษาปณ์ กระทรวงการคลัง ในอดีตได้ผลิตออกตามวาระต่างๆ ไม่ค่อยได้รับความสนใจ ยอดสั่งจองน้อยจึงผลิตจำนวนน้อย แต่เมื่อเกิดกระแสสังคมไร้เงินสดกระเพื่อมไปทั่วโลก เกิดปรากฏการณ์ที่เห็นเด่นชัด คือ นักสะสมและนักลงทุนที่มีเงิน ต่างให้ความสนใจเหรียญฯ มีค่า สืบเสาะซื้อหาเก็บสะสม ดั่งกระแสตื่นทอง เช่น เหรียญทองคำอนุสรณ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ถูกสั่งจองกว่า 140,000 เหรียญ

          จึงเชื่อได้ว่า ในอนาคตเหรียญฯ มีค่าต่างๆ ของรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 จะอยู่ในมือของคนมีเงิน แม้นมีการเปลี่ยนมือถือครองไปมาก็ยังคงมีจำนวนคงเหลือเท่าเดิม คือ เท่าจำนวนที่ผลิต เพราะเหรียญฯ ทองคำมีค่าเหล่านี้จะไม่สูญหายหรือถูกหลอมทำเครื่องประดับ เนื่องจากราคาจองซื้อขายแต่แรกสูงกว่าราคาทองหน้าเหรียญ และ ราคาทองคำในตลาดหลายเท่า น่าคิด ... เหรียญฯ เหล่านี้มีค่า แต่ราคาในอนาคตคงไม่หวือหวาเท่าเหรียญทองคำของรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 เพราะมีอยู่ในมือผู้ถือครองในประเทศไทยจำนวนน้อยมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ หากรักที่จะเป็นนักสะสมเหรียญกษาปณ์เพื่อการลงทุน จำต้องไม่จำกัดตัวเองหาสะสมแต่ของที่มีอยู่ในประเทศ

          ใคร่แนะนำให้ศึกษาเหรียญกษาปณ์โบราณของชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม และ อารยะธรรมมาแต่โบราณ สองชาติ คือ อินเดีย และ จีน ซึ่งในอดีตแต่ละอาณาจักรและแว่นแคว้นของสองชาตินี้ ได้ผลิตเหรียญกษาปณ์ทองคำ และ เงิน ใช้ในอาณาจักรของตน หลายยุคหลายสมัย ที่โด่งดังมีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก คือ เหรียญกษาปณ์ทองคำราชวงศ์คุชชาน คุปตะ และ โมกุล ของชนชาติอินเดีย และ ก้อนเงินไซซีของชนชาติจีน เนื่องจากมีการซื้อขายเปลี่ยนมือระหว่างนักสะสมเหรียญกษาปณ์จากผู้ค้าหลายประเทศในเอเซียและยุโรป ศึกษาหาความรู้ได้จากเว็ปไซต์ประมูลขายทอดตลาดในต่างประเทศ เพราะทั้งประเทศอินเดีย และ ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่มีประชากรมาก กำลังเร่งปฏิรูปพัฒนาเศรษฐกิจ และ จะเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งในอนาคต ประเทศใดก็ตามที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ประชาชนในชาติย่อมต้องการถือครองสินทรัพย์ในรูปของ สังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ที่มีค่าของชนชาติตน พึงระมัดระวัง ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ตรวจสอบเปรียบเทียบภาพกับข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ ซื้อหรือประมูลจากบริษัทที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้ เท่านั้น


เหรียญกษาปณ์ทองคำ คุปตะ (Gupta) ประเทศอินเดีย พระเจ้าจันทราคุปต์ที่สอง (Chandragupta II) พ.ศ. 918-957



เหรียญกษาปณ์เงิน ประเทศจีนยุคเริ่มต้นประชาธิปไตย ค.ศ. 1915 ชื่อ Hong Xian ด้านหน้า รูป Yuan Shih-Kai ด้านหลัง รูปมังกร


          ตัวอย่างมีให้เห็น เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 บริษัทคริสตี้ นิวยอร์ค (Christy's New York) จัดประมูลภาพเขียนอายุ 500 ปี Salvator Mudi ภาษาอิตาลี่ หมายถึง พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก วาดโดยจิตรกรชื่อด้งยุคเรอเนซองส์ นาม ลีโอนาโด ดาวินซี่ ได้ราคาสูงเป็นประวัติกาล คือ 450.3 ล้านเหรียญอเมริกัน (กว่า 16,000 ล้านบาท) ผู้ประมูลซื้อ คือ มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาราเบีย Mohammed Bin Salman ก่อให้เกิดปรากฎการณ์ ผู้คนตื่นตาตื่นใจ และตื่นตัวไปทั่วโลก อันสืบเนื่องจากประเทศมั่งคั่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด และ อีกเหตุผลหนึ่งของชาติอาหรับผู้มีความมั่งคั่งจากน้ำมันปิโตเลียม คือ โลกอนาคตจะลดพึ่งพาการใช้พลังงานจากฟอสซิล (น้ำมันปิโตเลียม) จะหันไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น จึงจำต้องพยายามหาและถือครองสินทรัพย์ ผลก็คือ ทำให้ผู้คนที่มั่งคั่งทั้งหลายต้องหันมาให้ความสนใจเพื่อถือครองศิลปวัตถุ และ โบราณวัตถุที่มีค่า แน่นอนที่สุด ภาพเขียนของลีโอนาโด ดาวินซี่ที่มีอยู่ทั่วโลกทุกภาพจะมีราคาประเมินสูงขึ้น ค่ากรมธรรม์ประกันภัยจะถูกเรียกเก็บสูงขึ้น มูลค่าสินทรัพย์ของผู้ถือครองก็จะสูงขึ้นตาม

หมายเหตุ: ชาวมุสลิมจะไม่เก็บ ของใช้ วัตถุ ศิลปวัตถุ ของศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ของศาสนาอิสลามในที่อยู่อาศัย แต่จะเก็บของเหล่านั้นที่มีค่าในพิพิธภัณฑสถาน เช่น หนังสือประกอบภาพเรื่องรามายานะ (รามเกียรติ์) ฉบับภาษาเปอร์เซีย สมัยพระเจ้าอักบามหาราช แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย ครอบครองและจ้ดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งเดียกัน


ภาพเขียน Salvator Mudi พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก วาดโดย ลีโอนาโด ดาวินชี


          ในอนาคต เมื่อเป็นสังคมไร้เงินสดสมบูรณ์แบบ ตัวเงินของทุกคนจะอยู่ในรูปตัวเลขของเครดิตเก็บรักษาสำหรับรับเข้าเพิ่มยอด หรือ เบิกถอนลดยอดที่ธนาคาร ผ่านมือถือ หรือ สื่ออื่นใดที่ทางการรับรองภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่มีการใช้ธนบัตร ไม่มีเงินเหรียญฯ หลักฐานการเงินที่สำคัญของบุคคลคงมีเพียงสมุดคู่ฝากจากธนาคาร หากระบบบัญชีขัดข้อง ไม่สามารถกระทำธุรกรรมการเงินเป็นการชั่วคราว ยังพอแก้สถานะการณ์เฉพาะหน้าได้ด้วยการทำเอกสารเงินเชื่อชื้อขายกับคู่ค้า แต่ถ้าเกิดภาวะวิกฤต ระบบธนาคารถูกแฮ๊ก ธนาคารไม่สามารถเปิดทำการได้ หรือ เกิดภาวะสงคราม ต้องอพยพหลบภัย นี่จะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะจะไม่มีเงินซื้อหา หรือจ่ายเป็นค่าจ้าง ...

          จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเก็บเงินในรูปของทองคำแท่งชิ้นเล็กๆ ติดบ้าน หรือ เก็บไว้ในล๊อกเก้อร่วมกับเอกสารสำคัญ และ โฉนดที่ดินฝากใว้ที่ธนาคารฯ เพื่อใว้ใช้ในกรณีเกิดวิกฤตดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น พึงเข้าใจว่าทองคำแท่ง หรือ ทองรูปพรรณย่อมมีราคาขึ้นลงตามราคาตลาด แต่โดยที่ต้องถือครองทองคำไว้นานเพื่อสำรองใช้ในภาวะวิกฤตตลอดชีพ ควรพิจารณาทองคำในรูปที่เป็นของสะสม เพราะของสะสมยิ่งนานยิ่งมีค่า และ ราคาเพิ่มตามอายุ


          อนาคต วลี คำว่า มีเงิน จะหายไปจากภาษาไทย คงมีแต่คำว่า มีทรัพย์ รวยทรัพย์

          เหรียญฯ สะสมประเภทหนึ่งใคร่ขอเตือน ณ ที่นี้ คือ เหรียญฯ พิมพ์ภาพด้วยเลเซอร์สามมิติ (Laser-imaging-3-D) ภาพที่พิมพ์ด้วยระบบนี้ยากต่อการตรวจจับผิด ง่ายต่อการปลอมแปลง และ ลอกเลียนแบบ เพราะพิมพ์ภาพด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ควบกับเครื่องพิมพ์ภาพเลเซอร์สามมิติ ซึ่งเครื่องอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ ล้วนมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาก เหรียญฯ ประเภทนี้ จึงง่ายต่อการปลอมแปลงในอนาคต พึงหลีกเลี่ยง เพราะทุกวันนี้ เครื่องพิมพ์ภาพเลเซอร์สามมิติมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก และ ราคาถูกลงเรื่อยๆ


เหรียญภาพพิมพ์ด้วยเลเซอร์สามมิติ Laser-imaging-3-D


          นำเหรียญฯ สมบัติล้ำค่าของชาติไทยกลับบ้าน เพื่อเป็นมรดกของคนในชาติ

          กษาปณ์วิทยา (Numismatics) หมายถึง การรวบรวมเหรียญกษาปณ์ ทางวิชาการจะศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี และ อารยะธรรมในอดีต แต่สำหรับบุคคลจะสะสมเพื่อหวังผลกำไรจากการลงทุน หรือ เป็นงานอดิเรก

          ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา มีการส่งเสริม พิมพ์ตำรา แคตตาล๊อค และ วิชาการด้านกษาปณ์วิทยาเผยแพร่มากมาย ผู้คนตื่นตัว เสาะหา สะสมเหรียญกษาปณ์กันเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากมูลค่าของเหรียญฯ เพิ่มขึ้น และ จะเพิ่มเป็นทวีคูณในอนาคต เมื่อทั้งโลกเป็นสังคมไร้เงินสด

          เหรียญกษาปณ์เป็นงานศิลปขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์ ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ ในตัว เช่น ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง ซึ่งในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 เป็นยุคล่าอาณานิคม ประเทศรอบบ้านล้วนเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ และ ฝรังเศส ต่างถูกกำหนด และ บังคับให้ใช้เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตโดยเจ้าอาณานิคม ต่างจากประเทศสยามดำรงความเป็นประเทศเอกราชมีเหรียญกษาปณ์ของตนเอง แต่น่าเสียดายที่เหรียญฯ มีค่าและมีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยในสมัยนั้น ถูกนำติดตัวออกไปต่างประเทศโดยคณะทูต เสนาบดี และ นายช่างชาวต่างชาติที่ได้เข้ามารับราชการ จากการพระราชทาน ปูนบำเหน็จแก่ผู้คนเหล่านั้น เหรียญฯ ประเทศสยามแบบพิเศษ ล้วนหายากในประเทศ แต่ปรากฏมีให้เห็นประกาศประมูลขายในต่างประเทศ



          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ Morton & Eden. Lot number: 355 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ โดย Morton & Eden, GB-London. วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Sale, Lot 355: Siam (Thailand), Rama V (Chulalongkorn), ceremonial issue 5-Tamlung (20 baht) bullet money ('pot duang), CS 1242 (AD 1880), Cho Rampeuy, on the cremation of Somdet P'ra Deb Sirindhra, mother of Rama V, three countermarks consisting of ornate chakra wheel, Thai flower with date 1242 below, and ornate royal crown, 304 gm (of Guehler pl. VII-VIII; KM C191), toned about extremely fine, very rare.
Estimate: 6240-9360 US$. Sold for 29,952 US$ (Price include the Buyer's Premium of 20%). Purchase by European dealer.

เงินพดด้วงยักษ์ ช่อรำเพย รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2432 ชนิด 5 ตำลึง น้ำหนัก 304 กรัม ถูกประมูลขาย ณ ประเทศอังกฤษ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ด้วยราคา 29,952 US$ ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมการประมูล 20 เปอร์เซ็นต์

          พดด้วงไทยแกะลายช่อลำเพยด้วยมือ สุดยอดหายาก
รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเทพศิรินทราราชราชินี ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชชนนีย์ของพระองค์ ขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนพรรษา 28 พรรษา ในปี พ.ศ. 2423 เนื่องจากพระราชชนนีย์สิ้นพระชนต์ พระองค์จึงต้องการถวายพระราชกุศลใหญ่ ทรงรับสั่งให้ผลิตเหรียญพดด้วงชุดพิเศษขึ้น เพื่อพระราชทานแก้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีทั้งหมด 6 ขนาด

พดด้วง 1 ชั่ง (80 บาท) ผลิตจำนวน 8 ตัว
พดด้วง 10 ตำลึง (40 บาท) ผลิตจำนวน 17 ตัว
พดด้วง 5 ตำลึง (20 บาท) ผลิตจำนวน 42 ตัว
พดด้วง 2 ตำลึง (10 บาท) ผลิตจำนวน 75 ตัว
พดด้วง 1 ตำลึง (4 บาท) ผลิตจำนวน 115 ตัว
พดด้วง กึ่งตำลึง (2 บาท) ผลิตจำนวน 205 ตัว




          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ Stack's Bowers & Ponterio. Lot number: 61209 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ โดย Stack's Bowers & Ponterio, Hong Kong. วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

THAILAND. 20 Baht (5 tamlung or 1/4 chang), CS 1242 (1880). 303.72 gms. C-191, Krisaolam-pg, 214 pl E502, Krisadaolarm/Mihailovs-pg. 138, pl. E36&E37, LeMay-pg 110. This issue was made for the ceremonial cremation of King Chulalongkorn's mother Somdet P'ra Deb Sirindhra, as well as to commemorate his age. Two of the three stamps are typical emblems of Thai coinage and medals. One being on elaborate form of the chakra, and the other is the mark of the crown. The third stamp is the mark of Rampeui with date below, which was choosen because it was his mother's maiden name. Also, particular interest is the fact that this type is the only dated bullet coinage from the entire series from the Sukhothai period through the Rattanakosin period. Some light trival handling marks from long ago now with deep attractive old tone which display a lovely blue sheen. Very rare and highly important. CHOICE EXTREMELY FINE.
Estimate: 17,000-20,000 US$. Price realized: 19,000 US$. Note: Price do not include buyer's fees.

เงินพดด้วงยักษ์ ช่อรำเพย รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2432 5 ตำลึง น้ำหนัก 303.72 กรัม ถูกประมูลขาย ณ เมืองฮ่องกง วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ด้วยราคา 19,000 US$ ราคานี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูล 20 เปอร์เซ็นต์



          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ Stack's Bowers & Ponterio. Lot number: 73145 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ โดย Stack's Bowers & Ponterio, Hong Kong. วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

THAILAND. Tamlung (4 Baht), ND (1864).PCGS EF-45 Secure Holder. Kann-pg. 332/333, pl. 139; Y-A/Z; SSC-pl. IX#2 a/b; LeMay-pg. 94. XXII#1. Struck to commemmorate Rama IV's 60th birthday. The obverse depicts the standard design as found on regular circulation issues of this era. The reverse display the central inscription "Kingdom of Siam" within a cubed star frame with the Chinese inscription around "Cheng Ming Tung Pao" (Negotiable Curency of Cheng Ming). It is believed that these pieces were never released for circulation and were struck for presentation to important Thai and Chinese citizens. According to Kann, the reason for a Chinese inscription was that Siam still admitted China's suzerainty over its country at this time. While Thailand still retained its domestic autonomy, China remained in control of certain affairs. An always in demand type which is sure to cause considerable bidding. Tonned and fully original, PCGS EF-45 Secure Holder.
Estimate: 9,000-12,000 US$. Price realized: 10,500 US$. Note: Price do not include buyer's fees.

เหรียญฯ เงิน แต้เม้ง 1 ตำลึง รัชกาลที่ 4 ถูกประมูลขาย ณ เมืองฮ่องกง วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560 ด้วยราคา 10,500 US$ ราคานี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูล 20 เปอร์เซ็นต์

          ในอดีต ราชสำนักฝรั่งเศสได้ผลิตเหรียญที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่การเจริญสัมพันธ์ไมตรีรับคณะทูตจากประเทศสยาม เป็นการเผยแพร่ให้ชาวโลกรับรู้ว่าประเทศสยามเป็นชาติอารยะ คือ เหรียญที่ระลึกสมัยพระเจ้าหลุยที่ 14 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ เหรียญที่ระลึกสมัยพระเจ้านะโปเลียนที่ 3 รัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4



          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ iNumis. Mail Bid Sale 37. Lot number: 1146 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ โดย iNumis, France. วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Siam, Louis XIV, audience les ambassadeurs du Siam, Par Mauger, 1686 Paris A/LUDOVICUS HAGNUS REC CHRISTIAN/SSIMUS.
Tete de Louis XIV a droite, en-dessous signature J.MAVGER.F
R/FAMA VIRTUTIS
Louis XIV Sur une estrade recevant les ambassadours du Siam; a lexergue: ORATORES REGIS SIAM (date)
Cuivre 41.0 mm 30.08 g 12 h SPL, R.
Estimate: 500 EUR Price realized: 740 EUR Note: Price do not include buyer's fees.

เหรียญฯ ที่ระลึกการทูตราชอาณาจักรฝรั่งเศส-สยาม สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผลิตเพื่อเป็นเกียรติโดยราชสำนักฝรั่งเศส ถูกประมูลขาย ณ ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ด้วยราคา 740 EUR ราคานี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูล 20 เปอร์เซ็นต์



          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ MDC Monnaies de Collection. Auction 2. Lot number: 134 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ โดย MDC Monnaies de Collection sarl, France. วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Bronze medal struck in 1861 to commemorate the visit of the Ambassadors of the Siam's King at the Palace of Fontainebleau in Jun 27th 1861. Laureate head of Napolean III right. Rv. Siam ambassadors kneeling at the feet of Napolean and Princess Eugenie. Divo. 438 Dies by A.Dubois. 163.44 grs. PCGS SP 65BN.
Estimate: 2,000 EUR Price realized: 2,000 EUR Note: Price do not include buyer's fees.

เหรียญฯ ที่ระลึกการทูตราชอาณาจักรฝรั่งเศส-สยาม สมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผลิตเพื่อเป็นเกียรติโดยราชสำนักฝรั่งเศษ ถูกประมูลขาย ณ ประเทศฝรั่งเศษ วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ด้วยราคา 2,000 EUR ราคานี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูล 20 เปอร์เซ็นต์


เหรียญกษาปณ์เงิน สองสลึง หนึ่งสลึง รัชการที่ 5 เหรียญหนวด อยู่ในต่างประเทศ


          เหรียญฯ มีค่าหายากประเทศสยามสมัยรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 หลากหลายชนิดแบบ ทั้งที่ผลิตด้วยทองคำ เงิน ฯลฯ มีอยู่ในมือชาวต่างชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยูในสภาพดีเยี่ยม เพราะถูกเก็บลืม และ มีจำนวนไม่น้อยหมุนเวียนเข้าออกตลาดประมูล ซื้อขายเปลี่ยนมือทำกำไร

          พวกเราชาวไทยที่นิยมชมชอบสะสมเหรียญฯ ประเทศสยาม ควรได้ศึกษาสืบค้นบริษัทผู้ให้บริการซื้อขายเหรียญฯ จากเว็ปไซต์ต่างประเทศ Coinarchives หรือ Coinarchives pro ให้ระบุคำค้นหา Siam, Thailand, King Rama, Rama IV, Rama V, Tamlung หรือ Siam Bullet Coins Medals ซึ่งบริษัทเหล่านี้ ทำการประมูลซื้อขายตลอดทั้งปี

          การเก็บรักษาเหรียญกษาปณ์

          ไม่ควรทำความสะอาดเหรียญฯ ด้วยน้ำยาเคมีใดๆ น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู ห้ามเด็ดขาด เพราะมีความเป็นกรดกัดผิวโลหะ หากเหรียญฯ สกปรกให้ล้างด้วยน้ำสบู่ หรือ น้ำยาล้างจานปัดด้วยแปลงขนอ่อน เบาๆ เหรียญฯ เก่าที่มีโทนสีผิวทึมๆ ไม่ควรขัดถูออก ควรคงไว้เพราะเป็นคุณสมบัติของเหรียญฯ เก่าเก็บ การจัดเก็บรักษาเหรียญฯ ที่มีค่า ควรบรรจุในซองกระดาษสีน้ำตาลชนิดหนาแยกเป็นรายชิ้น พึงหลีกเลี่ยงซองบรรจุที่เป็นพลาสติค เพราะมีสารประกอบที่เป็นน้ำมัน นานไปจะก่อให้เกิดมีฟิล์มน้ำมันเหนียวบางๆ เกาะผิวเหรียญฯ ทำให้โทนสีผิวของเหรียญฯ เปลี่ยนไป การหยิบจับ ควรจับที่ขอบเหรียญฯ ดีที่สุดควรสวมถุงมือผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อมือติดตัวเหรียญฯ ต้องเก็บรักษาเหรียญฯ ในที่แห้งไม่อับชื้น


กระเป๋าสำหรับบรรจุเหรียญกษาปณ์มีค่า


          ข้อควรรู้ สำหรับนักสะสมเหรียญกษาปณ์ มีค่า ราคาแพง และ หายาก


เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Diodotos แห่ง Baktria มีรอยตอกด้วยของมีคมที่พระเศียรเพื่อตรวจสอบเนื้อทองคำ


          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ CNG Lot number: 614 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ พระเจ้า Diodotos แห่ง Baktria โดย Classical Numismatic Group, New York. Electronic Auction Triton VIII. วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2548

Sale: Triton VIII, Lot: 614, Estimate 2,000 US$.
Closing date Monday; 10 January 2005.
Sold for 2,200 US$. This amount does not include the buyer's fee.

KING of BAKTRIA. Diodotos I, in the name of Antiochos II of Syria. Circa 255 - 235 BC. AV Stater (8.26 gm. 6 h). Mint A (near Ai Khanoum). Diademed head right /BAΣIΛEΩΣ ANTIOXOY, Zeus advancing left, brandishing thunderbolt in right hand, aegis draped over extended left arm, in inner left field, wreath above eagle standing left. EF, typical test cut.

เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Diodotos แห่ง Baktria มีรอยตอกด้วยของมีคม (test cut) ที่พระเศียร นี้ ได้ถูกประมูลด้วยราคา 2,200 US$ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูลอีก 20 เปอร์เซ็นต์


เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Diodotos แห่ง Baktria เหรียญฯ เดียวกันได้ถูกแก้ไขซ่อมแซมรอยตอกที่พระเศียร

          จากนั้นมา 12 ปี .......... ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ CNG Lot number: 419 คัดลอกมาจากการเสนอประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ พระเจ้า Diodotos แห่ง Baktria โดย Classical Numismatic Group, New York. Electronic Auction 389. วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

CNG Triton XX Lot 419
10 - 11 January 2017. In Conjunction with the 45th Annual New York International Numismatic Convention.

BAKTRIA, Greco-Baktrian. Diodotos I Soter. Circa 255 - 236 BC AV Stater (18 mm, 8.28 g, 6 h). In the name of Antiochos II of Syria. Mint A (near Ai Khanoum). Diademed head right / Zeus Bremetes, seen from behind, advancing left, aegis draped over outstretched left arm, and brandishing thunderbolt in right hand; in inner left field, wreath above eagle standing left. Near EF, prior test cut in hair repaired. COIN SOLD AS IS, NO RETURNS. Estimate: 2,000 US$

เหรียญฯ นี้ ถ้าเป็นเหรียญฯ เดิมๆ ไม่มีตำหนิ สภาพสวยเช่นนี้จะมีราคาสูงกว่า 10,000 US$ หากสภาพนี้แต่มีรอยตัดที่พระเศียร จะมีราคาประเมิน 2,500 - 3,500 US$ โดยที่เหรียญฯ นี้เป็นเหรียญฯ แท้ แต่ถูกซ่อมและแก้ไขรอยตอก (test cut) ที่พระเศียร จึงขาดความน่าเชื่อถือ ประเมินราคาเพียง 2,000 US$ และหากประมูลได้ ต้อง ขายขาด ไม่รับคืน

          การที่จะทราบและจับผิดตำหนิทางกายภาพของตัวเหรียญฯ ย่อมหนีไม่พ้นต้องพึ่งพาเครื่องมือ ยิ่งเครื่องมือมีความสามารถสูง ตรวจได้ละเอียดและซับซ้อน ประโยชน์ย่อมมีมากปานนั้น ซึ่งปัญหานี้มักพบในเหรียญฯ เก่าโบราณที่มีค่า ส่วนใหญ่มักเป็นเหรียญฯ ทองคำ และ เงิน

          ด้วยเหตุนี้ ชวนให้มองย้อนไปที่เหรียญฯ รัชกาลที่ 4 แต้เม้งทงป้อ Tae Meng Tong Pao ตำลึงทอง มีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยการเชื่อม หู หรือ ห่วง ที่ด้านหลัง หรือ ขอบเหรียญ พบประมูลขายในต่างประเทศ และ ในประเทศ บ้างมีห่วงทองคำติดอยู่ บ้างมีรอยเชื่อมแต่ห่วงถูกตัดออก บ้างไม่มีห่วง แล้วเหรียญฯ ทองคำมีค่าอื่นๆ ของรัชกาลที่ 4 และ 5 ...... มีบ้างไหมที่เหรียญฯ เหล่านี้ถูกแก้ไข ซ่อมแซม ปกปิดตำหนิ ?


เหรียญกษาปณ์ทองคำ รัชกาลที่ 4 แต้เม้งทงป้อ Tae Meng Tong Pao ตำลึงทอง มีรอยตัดห่วงคงเหลือแต่รอยเชื่อม


          อีกสิ่งหนึ่ง คือ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยการนำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน หรือ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก มาชุบทอง แต่งลาย เพ้นท์สี ให้ดูประหนึ่งเป็นรุ่นพิเศษ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเหรียญธรรมดา ซึ่งหารู้ไม่ว่า เหรียญกษาปณ์ที่มีค่าสูงสุดของแต่ละรุ่น คือ เหรียญฯ สภาพงาม สมบูรณ์ ไร้ตำหนิ เกรด FDC (Fleur de coin) คือ Mint state สวยสมบูรณ์แบบตรงจากเครื่องปั๊ม หรือ รองลงมาได้แก่ Unc (Uncirculated) มิรอยตำหนิบ้างจากการบรรจุ เสียดสีจากการจัดเก็บ ไม่ผ่านการใช้หมุนเวียน ด้วยเหตุนี้ เหรียญฯ ที่ผ่านการชุบ แม้นไม่ผ่านการใช้งาน จึงไม่ถือเป็นเกรด FDC หรือ เกรด Unc กลับเข้าข่ายเป็นเหรียญฯ ถูกแก้ไขแปรสภาพ ส่วนการเพ้นท์สี แต่งลาย ส่อให้เข้าข่ายต้องสงสัย ปกปิดตำหนิข้อบกพร่องทางกายภาพ เหรียญฯ ประเภทนี้ถูกจัดให้เป็นเครื่องประดับ ไม่เข้าข่ายเหรียญกษาปณ์ ไม่เป็นที่ยอมรับของนักสะสม นักกษาปณ์วิทยา

          เหรียญฯ พิเศษ ถ้าสุดยอดหายาก ย่อมมีข้อยกเว้น


เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย มีรอยตัดห่วงด้านบนพระเศียร


          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ CNG Lot number: 2396 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่ง ราชอาณาจักรโมกุล อินเดีย โดย Classical Numismatic Group, New York. Auction Triton XIX. วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

Sale: Triton XIX, Lot: 2396, Estimate 20,000 US$.
Sold for 400,000 US$. This amount does not include the buyer's fee.

INDIA, Mughal Empire. Nur al-Din Muhammad Jahangir. AH 1014 - 1037 / AD 1605 - 1627. AV Mohur (23 mm. 10.99 g. 11 h). Portrait type Class A. Dually dated AH 1020 and RY 6 (16 march - 14/23 October AD 1611). Shabih-e Jahangir Shah Akbar Shah (Likeness of Jahangir Shah (son of Akbar)) in Persian to left, Sarnat 6 Jalus (regnal year 6) in Persian to right, bust left, left hand resting hand on throne. / Lion recumbent left, radiate sun behind, Sonat 1020 Hijri (year 1020 of the Hijra) in Persian to right. VF, remain of suspension loop mounting. Very rare contemporary issue presented to prefered courtiers.

เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Jahangir นี้ สุดยอดหายาก พิมพ์นี้เท่าที่พบมีเพียง 5 เหรียญ แม้นมีตำหนิ คือ รอยตัดห่วงก็ตาม ยังถูกประมูลด้วยราคา 400,000 US$ ราคานี้ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูลอีก 20 เปอร์เซ็นต์

          เหรียญฯ ปลอม คือ เหรียญฯ ไม่มีค่าย่อมไร้ราคา ทราบไหมว่า ทุกวันนี้มีเหรียญฯ ปลอมเลียนแบบกลุ่มหนึ่ง เป็นที่ยอมรับของนักสะสมเหรียญฯ ภาพข้างล่างนี้ เป็นสมบัติของ Ashmolean Museum of Art and Archeology, University of Oxford, England.


เหรียญกษาปณ์ทองคำชุด 12 จักรราศีของพระเจ้าจาหังกีร์ Ashmolean Museum, Oxford University.
เหรียญแรกซ้ายมือแถวบนสุดเป็นเหรียญปลอม นอกนั้น ทั้ง 11 เหรียญ เป็นเหรียญฯ แท้ ผลิตโดยราชสำนักราชวงศ์โมกุล อินเดีย


          พระเจ้าจาหังกีร์ (Jahangir) แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย ได้ผลิตเหรียญฯ กษาปณ์ทองคำเกียรติยศภาพบุคคล และ ภาพชุด 12 จักรราศี ตามคติของชาวตะวันตกแบบอย่างชาวคริสต์ ซึ่งขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ต้องห้าม คือ มิให้มีรูปภาพบุคคล หรือ สัตว์ แต่พระเจ้าจาหังกีร์ได้ทำขึ้นเพื่อมอบให้ผู้ใกล้ชิด สนม เจ้าเมือง และ ทูตต่างเมือง เนื่องจากผลิตจำนวนน้อย เป็นที่นิยม และ ต้องการของคนทั่วไป จึงเป็นเหรียญฯ ที่มีชื่อเสียง

          ครั้นเมื่อ พระเจ้าชา จาฮัน (Shah Jahan) ราชบุตร ผู้สร้างทัชมาฮาล ได้ขึ้นครองราชสืบราชสมบัติต่อมา ความที่พระองค์เป็นผู้เคร่งศาสนาอิสลาม จึงได้ออกกฏห้ามมิให้มีการผลิตเหรียญฯ ดังกล่าว ทรงเรียกคืนท้องพระคลังเพื่อหลอมละลาย หากพบว่าผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ผู้นั้นจะมีความผิดโทษถึงประหาร ด้วยเหตุนี้ เหรียญกษาปณ์ทองคำเกียรติยศที่มีภาพบุคคล และ ภาพสัญลักษณ์จักรราศีเช่นว่านี้ จึงหายไปจากระบบเงินตรา กลายเป็นของหายากที่สุดในบรรดาเหรียญกษาปณ์ทั้งปวงของอินเดียแต่นั้นมา

          ทุกวันนี้ มีพิพิธภัณฑสถานเพียงไม่กี่แห่งที่ครอบครองเหรียญฯ บุคคล และ จักรราศี ของพระเจ้าจาหังกีร์ของแท้ครบชุด แต่ โดยที่พิพิธภัณฑ์ สมาคมฯ นักสะสมเหรียญกษาปณ์ ที่นิยมและเสาะหา ต่างมีไม่ครบชุด คือ ขาดบางเหรียญฯ ดังนั้น เพื่อการแสดง นำเสนอ หรือ โชว์ จำเป็นต้องซื้อหาเหรียญฯ ปลอมเพื่อทำให้ดูครบชุด ด้วยเหตุนี้ เหรียญฯ บุคคล และ เหรียญจักรราศีปลอม ที่ผลิตจากทองคำแท้ คุณภาพใกล้เคียงหรือเหมือน จึงได้รับการยอมรับ แต่ซื้อขายในราคาแพงกว่าราคาตามน้ำหนักของทองคำประมาณ 3 - 5 เท่า


เปรียบเทียบเหรียญฯ ทองคำ จักรราศี สิงโต (Leo) แท้ และ ปลอม พระเจ้า Jahangir แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย


          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ CNG Lot number: 996 คัดลอกมาจากการปิดประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ จักรราศี สิงโต พระเจ้า Jahangir แห่ง ราชอาณาจักรโมกุล อินเดีย โดย Classical Numismatic Group, New York. Auction 389. วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

Sale 389, Lot: 996, Estimate 500 US$.
Sold for 11,000 US$. This amount does not include the buyer's fee.

INDIA, Mughal Empire. Nur al-Din Muhammad Jahangir. AH 1014 - 1037 / AD 1605 - 1627. AV Mohur (22 mm. 11.00 g. 6 h). Zodiac type likely a restrike from the 18 th or 19 th century struck at Agra. Triply dated AH 1028, year 6, and RY 14 (19 December AD 1618 - 14/23 October AD 1619). Constellation of Sher/Singha (Leo the lion): lion, with left forepaw raised, standing right; radiate sun behind; RY date formula to right / Persian couplet citing Jahangir and mint; AH date to left additional numerical 6 below. VF, lightly toned, traces of deposits.

เหรียญฯ จักรราศี ทองคำ พระเจ้า Jahangir ทุกพิมพ์ ทุกราศี ล้วนสุดยอดหายาก เหรียญฯ จักรราศีสิงโต (Leo) ปลอม นี้ ถูกประมูลด้วยราคา 11,000 US$ ราคานี้ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการประมูลอีก 20 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นเหรียญฯ จักรราศีสิงโต (Leo) แท้ (รูปบน) ราคาจะสูงกว่า 450,000 US$

          จำเป็นหรือไม่ ! ประกาศนียบัตรรับรองความเป็นเหรียญฯ แท้ และ ระดับชั้นคุณภาพ grading


เหรียญกษาปณ์ทองคำ รับรองความแท้ และ จัดระดับความชัด โดยบริษัท NGC ปิดผนึกแน่นหนาในตลับพลาสติกใส


          บริษัททำธุรกิจรับตรวจสอบ ออกใบรับรองความจริงแท้ และ ระดับชั้นความคมชัดของเหรียญฯ (Coin Authentication and grading) มีดังนี้

Professional Coin Grading Service (PCGS).
Numismatic Cuaranty Corporation (NGC).
Independent Coin Graders (ICG).
ANACS, PCI, SEGS, ACG, NTC, HCGS, ACCGS, SGS และ อื่นๆ อีกมาก

          เพียง 2 บริษัทเท่านั้น คือ PCGS และ NGC ได้รับการยอมรับและเชื่อถือมากกว่าบริษัทอื่นๆ

          หากต้องการใช้บริการ ต้องสมัครเป็นสมาชิก เหรียญฯ ใดที่ได้รับการรับรอง จะมีหมายเลขทะเบียนกำกับ บันทึกเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์กลางของบริษัทฯ สามารถตรวจสอบออนไลน์ได้ หากต้องการบริการภาพถ่ายความละเอียดสูง จะได้ภาพด้านหน้า (หัว) และ ด้านหลัง (ก้อย) จากนั้น ตัวเหรียญฯ จะถูกปิดผนึกในตลับพลาสติกใสอย่างแน่นหนาเปิดไม่ได้ เพื่อป้องกัน อากาศ ความชื้น และการสับเปลี่ยนตัวเหรียญฯ

          ค่าบริการแต่ละเหรียญ จะประเมินจากราคาชื้อขายของตลาดในขณะนั้น แต่ละบริษัทจะคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่เท่ากัน แต่โดยประมาณ ถ้าเหรียญฯ มีราคา 100,000 US$ จะคิดค่าบริการประมาณ 150 US$

          เมื่อก่อนนี้ การที่จะเสนอขายเหรียญกษาปณ์ค่อนข้างลำบากและยุ่งยาก เพราะต้องนำตัวเหรียญฯ ไปแสดง แต่ถ้ามีเลขทะเบียนเอกสารรับรองเหรียญฯ นั้นๆ จะง่าย น่าเชื่อถือ เพราะสามารถสืบค้นจากเลขทะเบียนของบริษัทผู้ให้การรับรอง

          การนี้ จำเป็นหรือที่ต้องพึ่งพาการรับรองคุณภาพของเหรียญฯ จากบริษัทผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงของเหล่านักสะสมมือสมัครเล่น และ มือใหม่ทั้งหลาย โดยธรรมชาติ และ เหตุผล ... ยังมีการขุดพบเหรียญโบราณที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน หรือ เหรียญฯ ที่มีพิมพ์ และ รูปแบบที่ต่างไปจากที่เคยรับรู้อยู่เนืองๆ บริษัทฯ ดังกล่าวข้างต้นจะกล้าให้ความเห็นอย่างไรกับเหรียญพบใหม่เหล่านี้ ในเมื่อทุกบริษัทล้วนยึดถือคู่มือ แคตตาล๊อคเหรียญกษาปณ์โบราณของพิพิธภัณฑสถาน และ เอกสาร คู่มือจากสำนักกษาปณ์ของแต่ละประเทศเป็นหลักอ้างอิง ในขณะเดียวกัน นักโบราณคดีของพิพิธภัณฑ์ก็ไม่เคย และไม่กล้าที่จะออกเอกสารให้การรับรองใดๆ แม้แต่ธนาคารแห่งชาติบางประเทศที่มีห้องแสดงเงินตรา (Money Museum) ถ้าต้องรับรอง ก็จะออกใบรับรองเฉพาะสิ่งที่ธนาคารแห่งชาติฯ นี้เป็นผู้ผลิตเท่านั้น และ จากข้อเท็จจริง เหรียญฯ ต่างๆ ที่เข้าสู่ห้องประมูลซื้อขายทั่วโลกล้วนมาจากเหรียญฯ ปราศจากการรับรอง หรือ ประกาศนียบัตรใดๆ ดูได้จากภาพในแคตตาล๊อคที่นำเสนอขายจะเป็นรูปตัวเหรียญฯ เปลือยเปล่า หากมีจะเป็นรูปเหรียญฯ บรรจุในตลับพลาสติกใสผนึกปิดสนิท ซึ่งมีจำนวนไม่เกิน 0.1 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเหรียญเข้าตลาดทั้งหมดในแต่ละปี และ ไม่เสมอไปที่เหรียญฯ ได้รับการรับรองเหล่านี้มีหลักประกันว่าน่าซื้อ

          บริษัท Sotheby's, Christy's, Spink, CNG และอื่นๆ ยินดีรับเหรียญฯ เปลือยเปล่าปราศจากเอกสารกำกับรับรองใดๆ เพราะบริษัทเหล่านี้เป็นมืออาชีพ มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนที่จะรับดำเนินการประกาศขายในแคตตาล๊อคของบริษัท เขาเหล่านี้รู้ดี สามารถระบุได้ว่าเหรียญแบบและพิมพ์นี้ ได้เคยปรากฏในตลาดการประมูลกี่ครั้ง หายากมากน้อยเพียงไร มีกี่เหรียญในโลกนี้ ถ้าเป็นเหรียญที่มีชื่อเสียงหายากเป็นพิเศษ สามารถระบุอ้างอิงได้ว่า เคยมีการซื้อขายเปลี่ยนมือมากี่ครั้ง ราคาเท่าใด จากผู้ใด ทั้งนี้ สืบค้นได้จาก Coinarchives

          ทุกวันนี้ บริการอินเตอร์เน็ตสะดวก รวดเร็ว ติดต่อสื่อสารได้ทั่วถึงครอบคลุมไปทั่วโลก ค่าใช้จ่ายต่ำ ทุกผู้ทุกนามสามารถนำเสนอเหรียญฯ ของตนบนอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ถ้ามั่นใจว่าเหรียญฯ ของตนดีจริงย่อมไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเอกสารรับรองใดๆ เพียงใช้ช่องทางอินเตอรเน็ต ข้อสำคัญ คือ ต้องนำเสนอภาพถ่าย สดใสชัดเจน สัดส่วนถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยน ความละเอียดและความคมชัดสูง ขนาดภาพแต่ละด้านและขอบวงรอบของตัวเหรียญฯ ต้องไม่ต่ำกว่า 600 x 600 พิกเซล หากสามารถนำเสนอภาพขนาดใหญ่มากกว่านี้ได้ยิ่งดี เพราะลายเส้น รายละเอียด องค์ประกอบ แม้แต่ตำหนิต่างๆ ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ ถ้าแสดงด้วยแผ่นภาพพิมพ์ ต้องพิมพ์บนกระดาษอัดภาพแบบมันวาว (Glossy photo paper) ไม่ควรต่ำกว่าขนาด A4 จากนั้น ต้องระบุชนิดโลหะ ทอง เงิน หรือ บรอนซ์ ขนาดความกว้าง ความหนา เป็นมิลลิเมตร น้ำหนักเป็นกรัม ภาพด้านหน้า และ ภาพด้านหลังของตัวเหรียญ ตรงกัน สลับกัน หรือ เยื้องกัน เช่น ตรงกัน 12 นาฬิกา หรือ สลับกัน 6 นาฬิกา หรือ เยื้องกัน 3 นาฬิกา (Die axis .... o'clock) ลักษณะขอบเหรียญ อักขระถ้ามี .... เป็นต้น ในทางกลับกัน เหรียญฯ ที่ได้รับการรับรองถูกผนึกปิดตายในตลับพลาสติกใส ไม่สามารถนำเสนอ หรือ ถ่ายรูปให้ได้ภาพที่คมชัดทุกซอกทุกมุม เว้นแต่ต้องแกะทำลายตลับที่หุ้มห่อเหรียญฯ นั้น เพื่อนำตัวเหรียญฯ ออกมาถ่ายรูป เท่านั้น

          ข้อสังเกต เหรียญฯ ที่มีชื่อเสียง สมบัติส่วนบุคคลที่ถูกอ้างอิงนำเสนอในตำราวิชาการ ล้วนไม่มีเอกสารรับรองความโดดเด่น หายาก หรือ ระดับเกรด มีแต่เอกสาร สัญญากรมธรรม์ประกันภัย ประกอบด้วยภาพถ่ายทุกซอกทุกมุม รายละเอียด ขนาดรูปพรรณสันฐาณ และ ตำหนิต่างๆ เว้นแต่เหรียญฯ ที่มีค่าราคาสูงมากๆ หากถูกจัดแสดงจะบรรจุอยู่ในกลางแผ่นกระจกนิรภัยบานใหญ่ ใส และ หนาเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ และ ป้องกันการโจรกรรม

          ตัวอย่าง เปรียบเทียบภาพการนำเสนอประมูลขายในแคตตาล๊อค เพื่อความเข้าใจ



เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่งราชวงศ์โมกุล ในตลับปิดผนึกแน่นหนาของ NGC ระบุ AU 58 ระหัส 3498262-003

เหรียญฯ ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่งราชวงศ์โมกุล อินเดีย เหรียญฯ เปล่าเปลือยไม่มีการรับรองระดับเกรด


          ข้อความต่อไปนี้ ประกอบด้วยภาพ Sale 18 Lot 1187 คัดลอกมาจากการประมูลขายเหรียญกษาปณ์ทองคำ พระเจ้า Jahangir แห่ง ราชอาณาจักรโมกุล อินเดีย โดย Stephen Album Rare Coins.

Mughal: Jahangir, 1605-1628, AV portrait mohur (10.74g), NM, AH 1020 year 6, KM-179.4, BMC-315 (same dies), bust of Jahangir left, radiate, wearing turban with egret, holding goblet in right hand and book in left hand. Persian legend either side reading SHABIH JAHANGIR SHAH AKBAR SHAH at left and SANA SHESH JULUS to right, the regnal year is indicated by Persian word SHESH for the numeral 6 / lion to right surmounted by sun, Persian legend under, HIJRI and 1020 in numerals, within double circles with dots between, NGC graded AU 58, RRR

          ตลับพลาสติกใสตามขนาดและแบบ ของ PCGS และ NGC ถูกลอกเลียนปลอมแปลงขาย ตรวจพบ และ ถูกจับกุมในหลายประเทศ จะมั่นใจอย่างไร หากบนตลับมีป้ายสติกเก้อร์ เครื่องหมายภาพพิมพ์สามมิติ ตราของบริษัท ตรวจเช็คทางอินเตอร์เน็ต อ่านเลขที่รหัสบาร์โคตบนตลับจากทะเบียนต้นทางของบริษัท ได้รับข้อมูลตอบกลับตรงตามเหรียญฯ ที่บรรจุปิดผนึกในตลับ และ ปรากฎว่า มีเหรียญแบบเดียวกันในมือของผู้เสนอขายอีกหลายเหรียญ สถานะของเหรียญเหล่านี้คงไม่ต่างจากธนบัตรปลอม มีเลขกำกับซ้ำๆกัน มีรูปแบบเดียวกันหลายฉบับ !


**********


          เครื่องมือวัดและตรวจสอบดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ไม่เพียงแต่ใช้ตรวจสอบเหรียญกษาปณ์ เหรียญที่ระลึก เหรียญพระ ทองแท่ง เครื่องประดับมีค่าต่างๆ ทว่ายังสามารถใช้ตรวจสอบพระเครื่องที่ทำจาก หิน ดิน ฝุ่น และผงที่เรียกรวมๆ กันว่ามวลสาร หากมีการตรวจสอบและกระทำอย่างจริงจัง บรรดาพระเครื่องที่มีชื่อเสียงในทำเนียบของเหล่านักเลงพระทั้งหลาย จะต้องมีการรื้อปรับเปลี่ยนอันดับและจำนวนเป็นการใหญ่ เพราะเท่าที่ผ่านมาล้วนถูกชี้เป็นชี้ตายจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเซียนพระ ซึ่งมีเพียงกล้องส่องกำลังขยายไม่เกิน 10 เท่า บวกกับความจำและประสพการณ์เฉพาะตัวเท่านั้น

          พระเครื่องที่ทำขึ้นด้วยการปั้น กดพิมพ์ สามารถทำให้เป็นพระเก่าโบราณ หรือ ให้เหมือนของจริงได้ ทำให้แกร่งและแห้ง ด้วยการอบด้วยอุณหภูมิที่ควบคุมได้ กลบเกลื่อนเคลือบผิวด้วยเศษผงเดิมจากพระที่ชำรุดแตกหักได้ แต่สิ่งหนึ่งคือส่วนผสมขององค์ประกอบจากวัสดุต่างๆ ที่นำมากดบีบอัดขึ้นรูปเป็นองค์พระนั้น พระเครื่องของแท้มีสัดส่วนเช่นไร ยังไม่เคยปรากฎข้อมูลให้เห็นการเปรียบเทียบภาพถ่าย ขนาด โครงสร้างลักษณะของส่วนผสมจากมวลสารต่างๆ ที่ขยายด้วยกล้องจุลทัศน์ ตรวจวัดจำแนกสัดส่วนจำนวนของส่วนผสม และความถ่วงจำเพาะของพระเครื่องแต่ละรุ่น แต่ละแบบ หากมีการนำพระผงหรือพระเครื่องที่มีชื่อเสียง หรือพระที่มีข้อสงสัยกังขา มาทดสอบเปรียบเทียบกับองค์อื่นๆ ที่เชื่อถือได้ว่าเป็นของแท้ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ เบื้องต้นอาจจะก่อให้เกิดข้อถกเถียงโต้แย้งเป็นวงกว้างในหมู่เซียนพระ และ ระหว่างเซียนพระกับนักวิชาการ

          ความเป็นวิทยาศาสตร์นี้ จะช่วยพิสูจน์ด้วยเหตุและผล จะก่อประโยชน์แก่วงการพระเครื่องให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้

          ข้อสำคัญพระเครื่องที่จะรับการตรวจด้วยกล้องจุลทัศน์ควรส่องตรวจมวลสารจากด้านหลังด้วยการฝนหรือขัดเบาๆ เพื่อให้เห็นเนื้อแท้ข้างใน ควรเป็นตรงกลางด้วยขนาดพื้นที่เล็กๆ เท่าที่จำเป็น กระทำด้วยความระมัดระวัง ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์พระ

          ส่วนการที่จะตรวจหาอายุของพระเครื่อง ต้องตรวจด้วยรังสี นำองค์พระมาบดตำให้ละเอียดเพื่อตรวจหาอายุจากค่ารังษีในอินทรีย์วัตถุที่ผสมปนอยู่ในผงที่ถูกบด ซึ่งการนี้ไม่สมควรกระทำ เพราะการที่จะรับรู้อายุสิ่งของด้วยการทำลาย ย่อมไม่คุ้มค่าและสำคัญเท่ากับการรับรู้ความเป็นของแท้ของจริง



**********


          ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ท่านสามารถนำ ข้อเขียน เนื้อหา ไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องแจ้งแต่ประการใด ส่วนภาพประกอบในสาระน่ารู้เหล่านี้ได้คัดลอกมาจาก Internet Public Domains บางภาพอาจมีลายน้ำต้องคงไว้เป็นตัวอ้างอิงถึงที่มา ต้องให้ Credit แก่เจ้าของภาพ และ www.dandinth.com เพื่อประโยชน์ต่อการสืบค้น




กลับไปหน้าหลัก